หารแน่ๆ!” ข่งซางอดไม่ไหวต้องด่าออกมาเซี่ยซือเหมิงเอ่ยปากอย่างไม่ใส่ใจ “ขึ้นก็ขึ้นสิ ก่อนหน้านี้ก็เคยขึ้นมาแล้วนี่”ข่งซาง “……”“แต่ว่า สถานการณ์ของเมืองนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยปกตินะ” สายตาของข่งซางมองไปที่ขอบเมือง มองดูสนามรบที่วุ่นวายนั้น ขมวดคิ้วเล็กน้อย “นี่มัน……โลกิ?”เมื่อได้ยินสองคำนี้ ทุกคนต่างมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา แม้แต่เซี่ยซือเหมิงก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเธอขมวดคิ้ว “สงครามเทพเมื่อสิบปีก่อน เปิดฉากขึ้นอีกครั้งแล้วเหรอ? ทำไมพวกเราถึงไม่ได้รับข่าว?”“ไม่รู้สิ แน่นอนว่าต้องมีบางจุดที่เกิดปัญหาขึ้น” ข่งซางมองตามทิศทางที่ยักษ์น้ำค้างแข็งวิ่งไป สายตาตกลงบนประตูมิติมากมาย “หัวหน้า เรื่องที่คุณตามหาหลินชีเยี่ย คงต้องพักไว้ก่อนแล้วล่ะ”“อืม” สีหน้าของเซี่ยซือเหมิงปรากฏความจริงจังอย่างหาได้ยาก “ช่วยคนก่อน”ข่งซางมองดูหน่วย 136 ที่กำลังต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย ลังเลครู่หนึ่ง “พวกเขายังรับมือไหว พวกเราไปทำลายประตูมิติก่อนดีกว่า ไม่งั้นก็แค่รักษาอาการไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุ”“พี่สาม ขึ้นอยู่กับเธอแล้ว”เซี่ยซือเหมิงหันไปมองผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลัง อีกฝ่ายพยักหน้า ร่างกายแปรเปลี่ยนในชั่วพริบตา กลายเป็นนกฟีนิกซ์ขนาดมหึมา เปลวไฟที่ลุกไหม้ทิ้งหางเพลิงยาวในอากาศ พุ่งลงมารับทั้งเจ็ดคนที่อยู่กลางอากาศอย่างมั่นคงพวกเขายืนอยู่บนหลังของนกฟีนิกซ์ไฟ เสื้อคลุมสีทองส่องประกายรำไรใต้เมฆฝนฟ้าคะนอง มุ่งหน้าไปยังทิศท