แล้วหรอกเหรอ? กลับมาได้ยังไง?” เฉินมู่เหยี่ยตะลึง เอ่ยถามอย่างไม่อยากเชื่อได้ยินคำถามนั้น สีหน้าของทั้งสี่คนก็ดูอึดอัดขึ้นมาเวินฉีโม่เกาหัวแกรกๆ อดถามไม่ได้ “หัวหน้าหน่วย คุณว่า… ทำเครื่องบินโบอิ้ง 737 พังไปลำหนึ่ง จะต้องชดใช้เงินเท่าไหร่?”เฉินมู่เหยี่ย “……”“พวกนาย… ขโมยเครื่องบินมาขับเองเหรอ?!” เฉินมู่เหยี่ยอ้าปากค้างทั้งสี่คนพยักหน้า“หัวหน้าหน่วย เงินนี่ควรจะเบิกคืนได้ใช่ไหม?” เวินฉีโม่ถามอีกครั้งมุมปากของเฉินมู่เหยี่ยกระตุกอย่างบ้าคลั่ง “ควรจะ… อาจจะ… ได้มั้ง”“งั้นก็ดีแล้ว” ทั้งสี่คนถอนหายใจอย่างโล่งอก“ไม่นึกเลยว่า คุณจะทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้ด้วย”อู๋เซียงหนานส่ายหัว เดินเข้าไปยืนข้างๆ เฉินมู่เหยี่ย โดยมีเวินฉีโม่ เหลิ่งเซวียน ซือเสี่ยวหนาน หงอิง และอันชิงอวี๋ ที่สวมหมวกคลุมศีรษะยืนอยู่รอบๆ“การอวดเก่งแบบนี้ จะเรียกว่าฮีโร่ได้ยังไง” เหลิ่งเซวียนเอ่ยขึ้นช้าๆ พลางหันไปมองเมืองที่อยู่ไกลออกไป แล้วพูดต่อว่า “ชางหนานเป็นบ้านของพวกเรา ถ้าจะเป็นฮีโร่ หน่วยที่ 136 ของเราก็ควรจะเป็นด้วยกัน……ไม่ใช่เหรอ?”เฉินมู่เหยี่ยอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา ได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจ แล้วยิ้มขื่นพลางกล่าวว่า “ฉันรับมือกับพวกนายไม่ได้จริงๆ งั้นก็ มาเป็นฮีโร่ด้วยกันเถอะ”อันชิงอวี๋หันมามอง เห็นทุกคนยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันอยู่ตรงหน้ายักษ์ที่กำลังกรูกันเข้ามา เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะย