คุณดูกันหน่อย”เฉินมู่เหยี่ย ส่งเอกสารฉบับหนึ่งให้ทุกคนดู บนเอกสารเขียนขั้นตอนการดูงานและรายชื่อผู้เข้าร่วมดูงานไว้อย่างชัดเจน ที่มุมขวาล่างมีตราประทับทางการของหน่วยพิทักษ์ราตรีและตราประทับของหน่วยเมืองหลวงอู๋เซียงหนาน เมื่อเห็นเอกสารฉบับนี้ ความสงสัยในใจพลันหายไปหมด จากนั้นก็หันไปมองเฉินมู่เหยี่ย“คุณกับชีเยี่ยสองคนอยู่เฝ้าเมืองชางหนาน จะไม่ลำบากเกินไปเหรอ? หรือว่าผมควรอยู่ด้วยดี?”เฉินมู่เหยี่ยส่ายหน้า “หน่วยดูงานต้องมีรองหัวหน้าหน่วยนำทาง นี่เป็นคำสั่งจากผู้บริหาร นายต้องไป”อู๋เซียงหนานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงจำใจพยักหน้าเฉินมู่เหยี่ยดูเวลาแล้วลุกขึ้นยืน กล่าวว่า“เอาล่ะ ทุกคนทานเสร็จหมดแล้ว รีบกลับไปเก็บของกันเถอะ พรุ่งนี้เช้าเจ็ดโมงออกเดินทาง”เช้าวันรุ่งขึ้น หลินชีเยี่ยและเฉินมู่เหยี่ยก็ไปส่งทั้งห้าคนที่สนามบินหงอิงลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบ สวมแว่นกันแดด โบกมือให้คนทั้งสองข้างนอกอย่างตื่นเต้น แล้วก็ผลักเวินฉีโม่และคนอื่นๆ เข้าไปที่จุดตรวจความปลอดภัยหลินชีเยี่ยมองส่งพวกเขาจากไป เฉินมู่เหยี่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็หันมาตบไหล่เขา “ไปกันเถอะ พวกเรากลับกัน”หลินชีเยี่ยพยักหน้า ลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก “หัวหน้าครับ ทำไมคุณถึงโกหกพวกเขาล่ะครับ?”เฉินมู่เหยี่ยสะดุ้งเฮือก ตัวแข็งทื่อ หันกลับมามองหลินชีเยี่ย “นายพูดอะไรน่ะ?”“หัวหน้าลืมผนึกต้องห้ามของผมแล้วเหรอครับ?” หลินชีเยี่ยเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม