ห้เหมือนเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องของฆาตกรโรคจิต ไม่ทิ้งข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับไว้เลย เพื่อป้องกันไม่ให้หน่วยพิทักษ์ราตรีรู้ทันและเข้าแทรกแซงก่อนพิธีกรรมครั้งสุดท้าย ทำให้แผนการของนายล้มเหลวพอถึงการฆาตกรรมครั้งที่สี่ นายรู้ว่าถึงเวลาแล้ว ก็เลยใช้วิดีโอและการเล่นย้อนกลับสร้างสิ่งลี้ลับที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมา ดึงดูดความสนใจของหน่วยพิทักษ์ราตรีให้เข้ามาสืบสวนทันที จุดประสงค์ของนายในขั้นตอนนี้ก็คือ ทำให้หน่วยพิทักษ์ราตรีรู้ถึงการมีอยู่ของพิธีกรรม และคาดเดาสถานที่ของพิธีกรรมครั้งสุดท้ายได้แน่นอน นายสามารถจัดฉากการฆาตกรรมครั้งที่สี่ให้เป็นคดีฆาตกรรมของคนโรคจิตเหมือนเดิม แล้วแอบไปทำพิธีกรรมครั้งสุดท้ายอย่างลับๆ ได้ แต่นายก็ไม่ได้ทำแบบนั้นด้านหนึ่งนายกังวลว่าพลังวิญญาณที่ใช้บูชายัญในขั้นตอนสุดท้ายอาจไม่แข็งแกร่งพอ ต้องใช้วิญญาณของผู้ครอบครองผนึกต้องห้ามถึงจะคืนชีพเบลล์ แคลนเดอร์ได้ดีกว่า และในเมืองนี้ก็มีผู้ครอบครองผนึกต้องห้ามแค่ไม่กี่คน ซึ่งล้วนอยู่ในหน่วยพิทักษ์ราตรี นายเลยใช้คำโกหกที่แยบยลหลอกเอาสมาชิกหน่วยพิทักษ์ราตรีที่ไม่แข็งแกร่งนัก แต่ก็ไม่อ่อนแอมาอีกด้านหนึ่ง… ก็เพราะนายต้องการใช้พิธีกรรมครั้งสุดท้ายฆ่าสมาชิกหน่วยพิทักษ์ราตรีทั้งหมดในเมืองนี้ในคราวเดียว!ส่วนวิธีการ……คงจะเป็นระเบิด 600 กิโลกรัมที่อยู่ในห้องเก็บสัมภาระใช่ไหม?”พอหลินชีเยี่ยพูดถึงตรงนี้ อันชิงอวี๋และเวินฉีโม่ต่างก็ตกตะ