ได้ปกติ แต่ตอนนี้ไม่ว่าทุกคนจะเรียกอย่างไร เขาก็ไม่ตอบ[หลินชีเยี่ย นายพบอะไรเหรอ?] อู๋เซียงหนานเห็นว่าเวินฉีโม่ไม่ตอบสนอง รู้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล จึงถามขึ้น“รองหัวหน้า ช่วยถามเสี่ยวเฮยหน่อยว่าเครื่องบินของเจ้าของร้านเหล้าออกกี่โมง?”[ได้]หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง [ออกเวลา 3:20 น.มีอะไรเหรอ?]หลินชีเยี่ยรู้สึกใจหายวาบ เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย หันหลังกลับแล้วกระโจนเข้าไปในความมืด พร้อมกับตะโกนดังๆว่า“หยุดเครื่องบินลำนั้นไว้! อย่าให้มันบินขึ้นไป! ไม่มีสิ่งลี้ลับอะไรทั้งนั้น ทั้งหมดนี้เป็นแผนของเจ้าของร้านเหล้า!เดี๋ยวผมจะอธิบายรายละเอียดให้พวกคุณฟังเขาต้องการทำพิธีกรรมให้สำเร็จ และเขาก็จะมาที่นี่จริงๆ ไม่ใช่บนพื้นดิน แต่เป็น……บนท้องฟ้า!”หลินชีเยี่ยเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิด คนอื่นๆ ต่างตกตะลึง“พิธีกรรมสามารถทำได้ตราบใดที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด เจ้าของร้านรู้ว่าตอนนี้พวกเราซุ่มอยู่ในย่านนี้ เขาจึงไม่เลือกทำพิธีบนพื้นดิน เขาขึ้นเครื่องบินไม่ใช่เพื่อออกจากเมืองชางหนาน แต่เพื่อรอให้เครื่องบินบินผ่านเหนือพื้นที่นี้ แล้วทำพิธีกรรมบนเครื่องบิน!บนเครื่องบินลำนั้นมีผู้โดยสารกว่า 200 คน อาจไม่เพียงพอต่อเงื่อนไขการสังเวยวิญญาณ ดังนั้นเขาจึงใช้เสี่ยวเฮยหลอกเวินฉีโม่ไป เพื่อใช้วิญญาณของเขามาเติมเต็มส่วนที่ขาด”เมื่อได้ยินคำพูดของหลินชีเยี่ย สมาชิกหน่วย 136 คนอื่นๆ