เวลาผ่านไปทีละนาที ค่ำคืนมืดมิดขึ้นเรื่อยๆ แสงไฟรอบๆ ก็ดับลงทีละดวง นอกจากแสงไฟถนนเล็กๆ น้อยๆ ในหมู่บ้าน บริเวณโดยรอบก็จมอยู่ในความมืดหลินชีเยี่ยก้มลงดูเวลาอีกครั้ง00:58 น.ผ่านไปสี่ชั่วโมงแล้ว ยังคงไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นพอถึงตีหนึ่งตรง หลังจากทุกคนรายงานสถานการณ์อีกรอบ ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงัดอีกครั้งทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของเวินฉีโม่ก็สั่นเบาๆ เขาเห็นเบอร์บนหน้าจอ ลังเลครู่หนึ่ง แล้วรับสาย“เสี่ยวเฮย มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ?”“อะไรนะ?” เสียงของเวินฉีโม่หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดต่อว่า “ฉันเข้าใจแล้ว”เวินฉีโม่วางสายและเปิดหูฟัง“หัวหน้า มีปัญหาเกิดขึ้นนิดหน่อย”เสียงของเฉินมู่เหยี่ยดังขึ้นทันทีจากหูฟัง [เกิดอะไรขึ้น?]“คุณจำร้านเหล้าที่ผู้เสียชีวิตคนที่สี่ทำงานอยู่ได้ไหม? เมื่อกี้เสี่ยวเฮยโทรมาบอกผมว่า เจ้าของร้านเหล้านั้นรีบจองตั๋วเครื่องบินใบล่าสุดเพื่อออกจากชางหนาน และกำลังมุ่งหน้าไปสนามบิน”[เขาจะออกจากชางหนานเหรอ?]“ช่ครับ และท่าทางของเขาดูตื่นตระหนกมาก เสี่ยวเฮยโทรไปหาเขาในฐานะตำรวจ เจ้าของร้านเหล้าพูดจาสับสนแต่ใจความสำคัญคือ หลังจากซุนเสี่ยวเสียชีวิต ไม่กี่วันมานี้สภาพจิตใจของเขาแย่มาก มักเห็นเงาผีปรากฏอยู่รอบๆ ตัวราวกับถูกผีเข้าเขารู้สึกว่าเพราะมีคนตายในร้านของเขา จึงติดสิ่งไม่ดีบางอย่าง เขาตัดสินใจจะออกห่างจากที่นี่ ไปหลบอยู่ที่อื่นสักพัก แล้วค่อยกลับมาขายร้าน”ตาม