ความสามารถในการชันสูตรศพของอันชิงอวี๋นั้นเป็นระดับสุดยอดของต้าเซี่ย แม้แต่แพทย์นิติเวชที่เก่งที่สุดก็อาจจะสู้เขาไม่ได้ถ้ามีเขาอยู่ด้วย อาจจะพบเบาะแสบางอย่างก็ได้ทั้งสองเปิดประตูเข้าไปในห้องเก็บศพ เมื่อเทียบกับห้องเก็บศพในสถานีตำรวจแล้ว ที่นี่เล็กกว่ามาก เพราะมีเพียงศพที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สิ่งลี้ลับเท่านั้นที่จะถูกเก็บไว้ที่นี่ และเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในแต่ละปีหลังจากแสดงบัตรประจำตัวให้แพทย์นิติเวชดู อีกฝ่ายก็มอบรายงานการชันสูตรศพให้หลินชีเยี่ยทันที พร้อมทั้งตอบรับคำขอของหลินชีเยี่ย นำศพของซุนเสี่ยวออกมาจากห้องเย็นหลินชีเยี่ยเพียงแค่กวาดตามองรายงานการชันสูตรศพอย่างผิวเผิน แล้วจึงมุ่งความสนใจไปที่ศพตรงหน้าจากรายงาน ศพนี้ก็เหมือนกับสามศพก่อนหน้า ไม่มีอะไรพิเศษ หากต้องการค้นพบอะไรใหม่ ก็ต้องเริ่มจากการตรวจสอบศพอย่างละเอียดอันชิงอวี๋ได้เข้าสู่สภาวะอย่างสมบูรณ์แล้ว เขาตรวจสอบศพทั้งร่างด้วยท่าทีที่เย็นชาและแม่นยำอย่างที่สุด ดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกายสีเทาจางๆหลังจากที่ตรวจดูรายละเอียดทุกระเบียดนิ้วของศพอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาก็ยื่นมือเข้าไปในกระเป๋าโดยไม่รู้ตัว และหยิบมีดผ่าตัดที่คมกริบออกมาหลินชีเยี่ยรีบคว้ามือของเขาไว้ พลางส่ายหน้า “ได้แค่ดู ห้ามผ่า”อันชิงอวี๋พยักหน้าอย่างจำใจ ก้มลงมองศพ แว่นตาของเขาสะท้อนแสงไฟสีขาวซีด พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า“โดยรวมแล้ว เหมือนกับศพส