่างจริงจัง “ฉันต้องดูศพในร้านเหล้านั่นสักหน่อย”“นายเข้าไปไม่ได้หรอก”“นายพาฉันเข้าไปได้นี่”เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลินชีเยี่ยก็ขมวดคิ้ว หลังจากยืนยันว่าสีหน้าของอันชิงอวี๋ไม่ได้ล้อเล่น จึงส่ายหัว “ฉันไม่จับตัวนายก็ดีแล้ว ฉันจะไม่พานายเข้าไปหรอก”“ถือว่าฉันติดหนี้บุญคุณนายอีกครั้งก็แล้วกัน”“……บุญคุณของนายมีประโยชน์อะไร?”“ไม่รู้สิ แต่ต้องมีประโยชน์แน่นอน” อันชิงอวี๋พูดอย่างมั่นใจ “และถ้ามีฉันช่วย นายก็จะไขคดีนี้ได้เร็วขึ้น แม้ว่านายจะฉลาด แต่เมื่อเทียบกับฉันแล้ว ก็ยังด้อยกว่าอยู่บ้าง”หลินชีเยี่ยหันกลับมา จ้องตาอันชิงอวี๋อย่างแข็งทื่อคนหลังกระแอมสองที “ฉันหมายความว่า ในด้านการจัดการกับศพ ฉันเก่งกว่านาย”“ทำไมนายถึงอยากไขคดีนี้ขนาดนี้?” หลินชีเยี่ยถาม“ฉันรู้สึกได้ว่า ‘สิ่ง’ ที่ก่อเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ฉลาดมาก” อันชิงอวี๋เลียริมฝีปาก “ยิ่งปริศนาซับซ้อนเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งอยากไขมันมากเท่านั้น ครั้งสุดท้ายที่ฉันมีแรงกระตุ้นอยากไขปริศนาขนาดนี้ คือตอนที่เผชิญหน้ากับอสรพิษหนานต้า…”“ฉันผ่าศพในที่มืดมิดมานาน ฉันอยากเปลี่ยนรสชาติบ้าง”หลินชีเยี่ยกลอกตาเงียบๆ “วิปริต”