“นายต้องการดูศพด้วยตัวเอง?” เวินฉีโม่พูดอย่างประหลาดใจ มีความลังเลเล็กน้อย “ศพของคดีนี้ถูกส่งไปยังแผนกจัดการแล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนการชันสูตรเพิ่มเติม ตอนนี้ยังไม่มีผลออกมา……ถ้าอยากดู คงต้องรอจนถึงพรุ่งนี้”“แต่สำหรับผู้เสียชีวิตสามรายแรก ศพของพวกเขาถูกจัดการโดยตำรวจ หลังจากชันสูตรเสร็จแล้วก็ถูกนำไปเก็บไว้ในห้องเก็บศพ ถ้าอยากดูพวกเราก็มีสิทธิ์ สามารถเข้าไปดูได้ทันที”หลินชีเยี่ยพยักหน้า “ครับ งั้นผมจะไปดูศพสามศพนั้นก่อน ไม่รู้ว่าจะพบอะไรหรือเปล่า”“ฉันต้องกลับไปจัดระเบียบข้อมูลของสิ่งลี้ลับตัวนี้ และขอตรวจสอบฐานข้อมูล นายไปดูเองเถอะ แค่แสดงบัตรประจำตัวก็พอ”เวินฉีโม่ขับรถจากไปก่อน ส่วนหลินชีเยี่ยเลือกที่จะเดินไปยังจุดหมายซึ่งไม่ไกลจากที่นี่นักเขาเพิ่งเดินออกจากร้านเหล้า ร่างกายชะงักเล็กน้อย หันไปมองทางด้านขวาเห็นหนูสีเทาตัวเล็กหมอบอยู่ที่มุมร้านเหล้า ดูเหมือนมันจะรู้สึกถึงสายตาของเด็กหนุ่ม ร่างกายสั่นไหวแล้วหายวับไป“หนู……” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้ว เขารู้สึกว่าภาพนี้ช่างคุ้นตาเหลือเกิน……แต่เขาก็นึกไม่ออกเด็กหนุ่มส่ายหน้า ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ ก่อนจะก้าวเดินต่อไปสถานีตำรวจที่เก็บศพอยู่ไม่ไกลจากสถานที่เกิดเหตุ เดินประมาณสิบกว่านาที หลินชีเยี่ยก็มาถึงหน้าประตูหลังจากแสดงบัตรประจำตัวของตน ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งมาพาหลินชีเยี่ยขึ้นลิฟต์แน่นอนว่าบัตรที่หลินชีเยี่ยแสดงไม่ใช่บัตรของหน่วยพิท