ใจจะเลี้ยวมาทางนี้ตั้งแต่แรกหลินชีเยี่ยเห็นภาพนี้ จึงขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ ดวงตาฉายแววสงสัยหลังจากลังเลครู่หนึ่ง เขาก็ถามตำรวจที่อยู่ข้างๆ ว่า“ที่นี่มีศพถูกขนออกไปบ่อยไหมครับ?”ตำรวจชะงัก “ก็ไม่ได้บ่อยนัก……เพราะโดยปกติจะมีศพถูกส่งเข้าห้องเก็บศพเพื่อชันสูตรก็ต่อเมื่อเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมเท่านั้น ชางหนานเป็นเมืองเล็ก ปกติก็ค่อนข้างสงบ คดีฆาตกรรมไม่ค่อยเกิดขึ้น ดังนั้น……”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินชีเยี่ยก็รู้สึกไม่สบายใจ รีบเร่งฝีเท้าทันทีทั้งสองผลักประตูเข้าไปในห้องเก็บศพ หลินชีเยี่ยเดินไปหาแพทย์นิติเวชที่เข้าเวร พลางหยิบบัตรประจำตัวออกมา แล้วพูดอย่างจริงจัง “ผมต้องการดูศพคดีตัดนิ้วสามศพนั้น พวกเขาอยู่ที่ไหนครับ?”แพทย์นิติเวชมองมาด้วยความงุนงง อีกทั้งยังมีอาการเหม่อลอย “พวกเขา……พวกเขาไม่ได้ถูกย้ายออกไปเมื่อกี้หรอกหรือ?”หัวใจของหลินชีเยี่ยเต้นแรง เขาหันไปมองตำรวจตำรวจส่ายหัว “ลุงเจี๋ย คุณสับสนหรือเปล่า ผู้บัญชาการไม่เคยสั่งให้ย้ายศพออกไปนะ ใครจะมาย้ายศพได้?”“แต่ว่า มีคนแสดงบัตรประจำตัวจริงๆ บอกว่าจะย้ายสามศพนี้ไปยังสถาบันการแพทย์ที่เมืองหวยไห่ เพื่อชันสูตรเพิ่มเติม……” แพทย์นิติเวชพูดอย่างร้อนรนเมื่ออาการเหม่อลอยค่อยๆ จางหายไป“เมื่อไหร่ครับ?” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วถาม“เมื่อกี้นี้เอง ก่อนที่พวกนายจะเข้ามา”หลินชีเยี่ยตาเปล่งประกาย เขารีบวิ่งไปที่ข้างหน้าต่าง แล้วก้มลงมองตรงประตูหลัง พนักงาน