ายไม่ได้ถูกตัดขาดในทีเดียว แต่ค่อยๆ หายไปทีละนิด……แต่ในรายงานการชันสูตรศพกลับบอกว่านิ้วมือของเขาถูกตัดด้วยของมีคมบางอย่างอย่างเรียบร้อย”เวินฉีโม่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ภาพอยู่ไกลเกินไป เราไม่สามารถเห็นรายละเอียดทั้งหมดได้ บางทีอาจใช้มีด เหมือนหั่นแครอท ค่อยๆ หั่นนิ้วมือลงไปทีละนิด จนถึงโคนนิ้ว?”“แล้วนิ้วมือล่ะ?” หลินชีเยี่ยหรี่ตา “นิ้วมือที่ถูกตัดอยู่ไหน?”“บางทีอาจถูกกินไปแล้ว?”“เหมือนกับการกินสเต็กหรือเปล่า ตัดเป็นชิ้นแล้วกินทีละคำ?” หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “ถ้าเป็นแบบนั้น สิ่งลี้ลับตัวนี้ก็ช่างมีรสนิยมซะเหลือเกิน”จากนั้น เด็กหนุ่มก็ถามต่อ “งานเลี้ยงเมื่อคืนจบกี่โมงครับ?”“ตีสองครึ่ง”“เวลาตรงกันพอดี……” หลินชีเยี่ยครุ่นคิด “แถวนี้ไม่มีกล้องวงจรปิดเหรอ?”“มีกล้องตัวเดียวที่หัวถนนฝั่งตะวันออก แต่ถ่ายได้แค่ภายนอกร้านจากระยะไกล มองไม่เห็นด้านใน พวกเราก็ดูภาพแล้ว แต่ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ไม่มีคนต้องสงสัยเข้าใกล้เลย”“จากภาพที่เห็น ผู้ตายเคยร้องตะโกนไหม? คนแถวนี้ได้ยินไหม? เราใช้จุดนี้ยืนยันเวลาตายที่แน่นอนได้ไหม?”เสี่ยวเฮยส่ายหัว “แถวนี้เป็นย่านธุรกิจ ตอนเกิดเหตุร้านรอบๆ ปิดหมดแล้ว ไม่มีใครอยู่แถวนี้เลย”หลินชีเยี่ยจมอยู่ในห้วงความคิดอีกครั้งไม่รู้ทำไม เขารู้สึกว่า… คดีนี้แปลกๆ แต่แปลกตรงไหนเขาก็บอกไม่ถูกเขาต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ต้องคิดให้มากกว่านี้“ไม่ว่าอย่างไร ตอนนี้เราก็ยืนยันได้แล้วว่ามีสิ่งล