“ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าภาระบนบ่าหนักขึ้นเท่านั้น” ไป๋หลี่พั่งพั่งถอนหายใจ แล้วส่ายหัวอย่างเยาะเย้ยตัวเอง “ไม่นึกเลยว่า คุณชายน้อยแห่งตระกูลไป๋หลี่อันยิ่งใหญ่ จะมีวันได้เป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีด้วย……”“พูดให้ถูกนะ นายยังไม่ได้เป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีหรอก พิธีปฏิญาณตนจะเริ่มพรุ่งนี้ต่างหาก” เฉาเยวียนแก้ไข“……เฉาเยวียนเอ๊ย ตอนนี้ผมเป็นคนป่วยนะ นายยังจะมาจับผิดผมอีกเหรอ? ใจนายไม่เจ็บบ้างหรือไง?”“ไม่เจ็บ”“……” ไป๋หลี่พั่งพั่งพับแขนเสื้อขึ้น ทำท่าเหมือนจะต่อยกับเฉาเยวียนหลินชีเยี่ยพูดพลางหัวเราะ “พั่งพั่ง นายควรจะหวงแหนโอกาสตอนนี้นะ เพราะว่า… หลังจากพรุ่งนี้ ก็จะไม่มีใครสามารถจับผิดนายได้อีกแล้ว”เมื่อได้ยินประโยคนี้ เฉาเยวียนและไป๋หลี่พั่งพั่งต่างก็ตะลึง แล้วพากันเงียบลงพร้อมกันหลินชีเยี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วมองไป๋หลี่พั่งพั่งพลางพูดว่า “หลังจากกลับกว่างเซินแล้ว นายตั้งใจจะทำยังไง?กลับบ้าน? หรือไปหน่วยพิทักษ์ราตรี?”ไป๋หลี่พั่งพั่งตอบโดยไม่ลังเล “ไปหน่วยพิทักษ์ราตรี”เฉาเยวียนเลิกคิ้ว “แล้วพี่สาวใช้ล่ะ ไม่เอาแล้วเหรอ?”“เอาสิ” ไป๋หลี่พั่งพั่งตอบอย่างหนักแน่น “เมื่อไหร่ที่องค์กรต้องการ ผมก็จะเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีทันที แต่เมื่อไหร่ที่องค์กรว่าง……ผมก็ยังคงเป็นน้องชายหล่อๆ ของพี่สาวใช้อยู่ดี ฮิๆๆ”เฉาเยวียนกลอกตา แล้วหันไปมองหลินชีเยี่ย “ฉันอยู่เมืองหวยไห่ ใกล้ชางหนานพอสมควร ถ้ามีเวลาว่าง ก็