ในถ้ำใต้พิภพที่โล่งและเงียบสงัด ทุกคนต่างจับจ้องไปที่พร่ำรำพันและหลินชีเยี่ย ไป๋หลี่พั่งพั่งบีบฝ่ามือจนเลือดออก เหงื่อไหลโซมกายราวกับสายฝน แต่ก็ยังไม่อาจหลุดพ้นจากแรงกดดันของผู้มีพลังขั้นมหาสมุทรสองคนได้ส่วนหม่าอี้เทียนยืนอยู่ข้างๆ อย่างสบายอกสบายใจ จิตใจสงบนิ่ง ไม่สงสัยในผลลัพธ์สุดท้ายแม้แต่น้อย‘น่าขัน ท่านพร่ำรำพันจะพลาดได้ยังไง?’ในฐานะสาวก เขารู้ดีที่สุดว่าท่านผู้น่าเกรงขามผู้นี้มีพลังอำนาจมหาศาลเพียงใด และเขาก็ชื่นชมท่านจากก้นบึ้งของหัวใจ อาจกล่าวได้ว่าหากไม่มีพร่ำรำพัน ศาสนจักรเทพโบราณคงไม่มีทางก้าวมาถึงจุดนี้ได้ และสาวกก็คงไม่มีทางดำรงอยู่ในขณะที่หม่าอี้เทียนรอคอยอย่างเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ดวงตาทั้งสองของหลินชีเยี่ยก็ค่อยๆ เปิดขึ้น……“ฮ่าๆ จบแล้ว สมแล้วที่เป็นท่านพร่ำรำพัน แค่ตัวแทนเทพเจ้าสององค์……หืม?!” หม่าอี้เทียนเพิ่งจะพูดประจบได้ครึ่งเดียว ทั้งร่างก็สะดุ้งโหยง เขามองหลินชีเยี่ยที่ไม่เป็นอะไรเลยอย่างงงๆ กะพริบตาแรงๆจากนั้นก็เหลือบมองไปที่พร่ำรำพันซึ่งยืนอยู่ตรงข้ามพร่ำรำพันที่เคยสง่างามสูงศักดิ์ บัดนี้ยืนตระหง่านอยู่ที่นั่นราวกับรูปปั้นหิน ประกายในดวงตาหายไปหมดสิ้นสีหน้าเทาซีดราวกับศพ ไร้ซึ่งลมหายใจแม้แต่น้อย‘นี่……นี่มันเป็นไปได้ยังไง?!’หม่าอี้เทียนอ้าปากค้าง ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ!ในเวลาเดียวกัน โซ่สีดำบนร่างของไป๋หลี่พั่งพั่งและคนอื่นๆ ก็คลายออกพร้อมกัน พวกเข