“แล้วเราควรทำยังไงดี” ไป๋หลี่พั่งพั่งถามด้วยสีหน้าเศร้าหมองหลินชีเยี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยขึ้นว่า “ผมคิดว่าการพังดินขึ้นไปอย่างไม่ระมัดระวังคงไม่ใช่วิธีที่ดี พวกเราอยู่ลึกเกินไป โครงสร้างทางธรณีวิทยาก็ซับซ้อนมาก ในสภาพที่ไม่มีผนึกต้องห้ามที่เหมาะสมสำหรับการขุดดิน เราอาจจะถูกฝังกลบระหว่างทางก็ได้”“ตอนนี้ผ่านไปประมาณชั่วโมงกว่าแล้ว นับตั้งแต่ที่พวกเราส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ การพลิกตัวของมังกรใต้พิภพเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ครูฝึกคนอื่นๆ ต้องรู้แน่ และจะต้องมีมาตรการรับมือ การรอคอยความช่วยเหลือน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”“ฉันเห็นด้วยกับความคิดของหลินชีเยี่ย การพังดินกลับขึ้นไปบนพื้นจากที่นี่คงไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเรารอความช่วยเหลือกันเถอะ” ครูฝึกหงพยักหน้าเห็นด้วยเมื่อทั้งสองเห็นพ้องต้องกัน เสิ่นชิงจู่และไป๋หลี่พั่งพั่งก็ไม่มีความเห็นอะไร พวกเขานั่งพักผ่อนอยู่กับที่……หลังจากผ่านไปนาน ภายในโพรงลาวาแสงสลัวในดวงตาของพร่ำรำพันค่อยๆ จางหายไป ความเหนื่อยล้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าลาวาที่เดือดพล่านสงบลง ความโกรธในดวงตาของมังกรดินเพลิงหายไป แทนที่ด้วยความอ่อนโยนและเลื่อมใสศรัทธาพร่ำรำพันเดินเข้าไปใกล้พร้อมรอยยิ้ม มังกรดินเพลิงก้มหัวลงอย่างนอบน้อม ไม่กล้าแสดงท่าทีขัดขืนภายใต้อิทธิพลของพันธวิญญาณ มังกรดินเพลิงกลายเป็นสาวกของพร่ำรำพันอย่างสมบูรณ์ เช่นเดียวกับสาวกหรือ ‘ภัยพิบัติ’ ตัวอื่นๆ ไม่สามารถปฏ