สำหรับหลินชีเยี่ยและคณะ ดินถล่มครั้งนี้เป็นเพียงอุปสรรค์เล็กน้อยในการเดินทาง ภัยธรรมชาติที่รุนแรงไม่อาจหยุดยั้งพวกเขาได้ พวกเขาปรับสภาพอย่างรวดเร็วและมุ่งหน้าต่อไปตามเส้นทางเดิมเวลาผ่านไปทีละนิด พวกเขาเข้าใกล้หมู่บ้านหมายเลขหนึ่งมากขึ้นเรื่อยๆคราบโคลนเปื้อนเสื้อกันฝน ปะปนกับสีเสื้อจนแยกไม่ออก รองเท้าบู๊ตจมลงในโคลนนุ่ม ต้องออกแรงดึงขึ้นมาอย่างยากลำบาก ภายในรองเท้าเต็มไปด้วยโคลนและใบไม้เน่า รู้สึกไม่สบายตัวเป็นอย่างยิ่งความหนาวเย็น ความหิว ความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวด……ความรู้สึกด้านลบต่างๆ รุมเร้าพวกเขา แต่ไม่มีใครบ่นแม้แต่คนเดียวหลังจากผ่านการฝึกฝนมาตลอดปี พวกเขาคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้แล้วพวกเขาไม่ใช่คนธรรมดาที่เพิ่งเข้ามาในค่ายอีกต่อไป ตอนนี้พวกเขาคือทหารที่กำลังจะสาบานตนเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรี!วิทยุสื่อสารที่เอวของครูฝึกหงดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาพูดขณะวิ่งไปข้างหน้าครู่ต่อมา คิ้วก็ขมวดเข้าหากัน“ครูฝึกหง เกิดอะไรขึ้นครับ?” หลินชีเยี่ยสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย จึงเอ่ยถามครูฝึกหงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงแหบแห้ง “ผู้บังคับบัญชาหยวนหายตัวไป”“หายตัว?” ไป๋หลี่พั่งพั่งอุทานอย่างตกใจ“หายไปแปดชั่วโมงแล้ว คนสุดท้ายที่เห็นคือครูฝึกสองคนที่อยู่ในกองบัญชาการชั่วคราว ตอนแรกพวกเขาคิดว่าผู้บังคับบัญชาไปช่วยเหลือที่หมู่บ้านไหนสักแห่ง แต่หลังจากถามทุกหมู่บ้านแล้วก็ไม่มีใครเห็น”“งั้นพวกเ