ภายในห้องที่วุ่นวาย ทหารหญิงสามกลุ่มแยกย้ายกันไปสามทิศทาง ค้นหาตามเส้นทางต่างๆ อย่างรวดเร็วไป๋หลี่พั่งพั่งตามกลุ่มของมอลลี่ไป หลังจากผ่านห้องนอนหลายห้อง เขาก็กระซิบถามอย่างสงสัย“ทำไมต้องแยกทาง? ไม่ใช่จะไปล่านักล่าเสียงหรอกหรือ? ตอนนี้คนก็มีไม่มากอยู่แล้ว การแยกคนออกไปแบบนี้น่าจะไม่ดี?”มอลลี่พูดอย่างหงุดหงิด “ถ้าเดินไปด้วยกันเป็นสิบๆ คน นายไม่คิดว่าเสียงมันจะดังเกินไปเหรอ? แล้วการแยกทางไม่ได้หมายความว่าจะให้ไปตายทีละคนนะ ตอนนี้แม้เราจะเข้าใจกฎของมิติที่ปั่นป่วนนี้แล้ว แต่ตำแหน่งของนักล่าเสียงยังไม่ชัดเจน การแยกทางกันไป ถ้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งพบตำแหน่งของนักล่าเสียง อีกสองกลุ่มก็สามารถไปสมทบได้ทันที”“เรื่องง่ายๆ แค่นี้ยังคิดไม่ออก สมองของพวกคุณหนูตระกูลร่ำรวยนี่เอาไว้ทำอะไรกัน?”ไป๋หลี่พั่งพั่งครุ่นคิดครู่หนึ่ง “คิดถึงแต่เธอน่ะสิ?”“……ไปให้พ้น”มอลลี่พยายามข่มอารมณ์ที่อยากจะตบเจ้าอ้วนนี่ให้กระเด็นไปไกลๆ เธอสูดหายใจลึก แล้วเดินหน้าต่อไปอย่างเงียบๆทันใดนั้น ผู้หญิงที่เดินนำหน้าสุดก็หยุดฝีเท้า ทุกคนต่างกลั้นหายใจ พลางมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง“พวกเธอได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่า?” หญิงสาวถามพลางขมวดคิ้ว“เสียงอะไร?” ไป๋หลี่พั่งพั่งตั้งใจฟังอยู่สักพัก แต่ก็ยังไม่ได้ยินอะไร“เสียงการต่อสู้” ดวงตาของมอลลี่ฉายแววสงสัย “แปลกจัง ตามหลักแล้ว อีกสองกลุ่มไม่ควรต่อสู้กับนักล่าเสียงแล้วทำไมถึงมีเสียงการต่อสู้ล่