ูสีดำตรงหน้านั้นได้ดึงดูดความสนใจทั้งหมดของมันไปแล้วผู้คนที่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างอ้าปากค้าง ดวงตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ“โอ้แม่เจ้า นั่นไม่ใช่เฉาเยวียนหรอกเหรอ!” ไป๋หลี่พั่งพั่งเบิกตากว้าง“เขา……เขาต่อสู้กับนักล่าเสียงตัวต่อตัวแบบนั้น แต่ยังไม่ถูกฟันขาดครึ่ง?” อาจื่อเห็นภาพนี้ก็ตกตะลึงเช่นกัน “ดูจากท่าทางแล้ว พวกเขาคงต่อสู้กันมานานแล้ว”“โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!”“สมกับเป็นคนที่สามารถปราบครูฝึกได้!”“ตอนนี้เราควรทำอย่างไรดี?”อาจื่อครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ตามไปเงียบๆ พร้อมกับแจ้งอีกสองกลุ่มให้มารวมตัวกันที่นี่ การมีคนที่สามารถต่อสู้กับนักล่าเสียงได้โดยตรงเป็นตัวล่อ นับเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับพวกเรา!”“รับทราบ!”ทุกคนรีบตามรอยของสัตว์ประหลาดสองตัวไป มีเพียงไป๋หลี่พั่งพั่งที่เดินตามหลังสุด มองซ้ายแลขวาอย่างสงสัยพลางเกาหัวอย่างงุนงง“แปลกจัง เฉาเยวียนอยู่ที่นี่ แล้วชีเยี่ยไปไหน…”สำรวจอยู่ครู่ใหญ่ แต่ก็ไม่พบร่องรอยของหลินชีเยี่ย จึงได้แต่ส่ายหน้าแล้วเดินตามคนอื่นๆ ไปเฉาเยวียนที่คลุ้มคลั่งและชายไร้ศีรษะต่อสู้กันจนทะลุห้องนอนไปอีกสองห้อง แน่นอนว่าที่บอกว่าต่อสู้กันจนทะลุนั้น ความจริงแล้วมีแค่เฉาเยวียนที่ถูกโจมตีฝ่ายเดียว ดังที่หลินชีเยี่ยคาดการณ์ไว้ พลังจิตของเฉาเยวียนไม่เพียงพอที่จะรักษาสภาวะคลุ้มคลั่งได้นานนัก ตอนนี้พลังต่อสู้ของเขาลดลงไปมากเมื่อเทียบกับตอนแรกเริ่มก่อนหน้านี้ยังสามารถปะทะก