ทั้งสองกำลังต่อสู้กันอยู่ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปในห้องนั้น ห้องตรงหน้าพลันหายวับไป แทนที่ด้วยห้องต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปมาเมื่อสภาพแวดล้อมโดยรอบกลับสู่สภาวะปกติ ในขอบเขตการรับรู้ทางจิตของหลินชีเยี่ย เขาไม่สามารถจับร่องรอยของทั้งสองคนได้อีกต่อไป‘สิ่งลี้ลับตัวที่สองที่ซ่อนตัวอยู่ในตึก ไม่ต้องการให้ฉันเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ของพวกเขา…’ หลินชีเยี่ยเข้าใจสาเหตุของความโกลาหลในครั้งนี้อย่างรวดเร็ว จึงขมวดคิ้วแน่นเมื่อไม่มีเขาคอยหาโอกาสโจมตีอยู่ข้างๆ โอกาสที่เฉาเยวียนในสภาพคลุ้มคลั่งจะเอาชนะชายไร้ศีรษะในการต่อสู้ตัวเพียงลำพังก็ลดน้อยลงทันที พลังจิตของเฉาเยวียนไม่เพียงพอที่จะรักษาสภาพคลุ้มคลั่งได้นานนัก ในขณะที่ชายไร้ศีรษะสามารถใช้เสียงจากการต่อสู้เพิ่มพลังให้ตัวเองได้ตลอดเวลา หากปล่อยให้สิ้นเปลืองพลังต่อไป เฉาเยวียนย่อมตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างแน่นอนดูเหมือนว่าสิ่งลี้ลับตัวที่สองที่ซ่อนอยู่ในเงามืดจะมีไหวพริบไม่น้อยเช่นกัน……หลินชีเยี่ยลังเลเพียงชั่วครู่ ก่อนจะก้าวเท้าออกไป เคลื่อนที่อย่างฉับไวผ่านห้องต่างๆ ใช้พลังจิตครอบคลุมทุกห้องโดยรอบ พยายามหาร่องรอยของคนทั้งสองที่กำลังต่อสู้กันอีกครั้งเมื่อชายไร้ศีรษะถูกเฉาเยวียนถ่วงเวลาไว้ได้แล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องย่องเบาอีกต่อไป จึงเร่งความเร็วเต็มที่ วิ่งตามหาอย่างสุดกำลัง หากไม่ใช่เพราะเขาไม่มีความสามารถในการทำลายล้างขนาดใหญ่ ตอนนี้เขาค