นร่วมมือกัน แม้จะเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับขั้นชวน ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีพลังต่อสู้เลยเมื่อได้ยินคำตอบของหลินชีเยี่ย หลี่ฉ่าวกวงก็พยักหน้า ชักดาบเล่มใหญ่จากด้านหลังมาถือไว้ในมือ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่นแม้พวกเขาจะอยู่ด้วยกันไม่นาน แต่หลี่ฉ่าวกวงก็เชื่อมั่นในตัวหลินชีเยี่ยอย่างสุดหัวใจ เมื่ออีกฝ่ายบอกว่าจะสู้ เขาก็ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆส่วนเฉาเยวียนที่อยู่ด้านข้าง เพียงแค่กอดฝักดาบในอ้อมแขนไว้แน่น พร้อมที่จะชักออกมาได้ทุกเมื่อเอี๊ยด!ยามเสียงลากดังใกล้เข้ามา ในที่สุดประตูด้านหน้าทางเดินที่ทั้งสามคนอยู่ก็ถูกเปิดออก ร่างสูงเกือบสองเมตรค่อยๆ โผล่ออกมาจากหลังประตู มือข้างหนึ่งลากอะไรบางอย่างอยู่ข้างหลัง อีกมือหนึ่งปิดประตูลงอาศัยแสงสลัวสีน้ำเงินเข้มจากนอกหน้าต่าง หลี่ฉ่าวกวงและเฉาเยวียนก็มองเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของสิ่งนั้นมันเป็นชายร่างกำยำ มีแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่ที่ลำคอ ส่วนหัวหายไป ผิวหนังที่เปลือยเปล่าเป็นสีเทาขาวภายใต้แสงสลัว มือข้างหนึ่งห้อยอยู่ด้านหลัง ลากดาบประหารขนาดใหญ่รูปทรงแปลกตาดาบนี้ยาวประมาณสามเมตร ทั้งเล่มเป็นสีดำสนิท ดูหนักอย่างยิ่ง ถูกชายไร้ศีรษะคนนี้ลากไปบนพื้น สันดาบขูดลากพื้นกระเบื้องหินอ่อนจนเป็นร่องลึกชายไร้ศีรษะ ดาบประหาร ร่างกายที่กำยำภายใต้แสงสลัวค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ในระเบียงทางเดิน นำความรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูกมาสู่พวกเขา“ผีบ้าอะไรเนี่ย……” หลี่ฉ่าวกวงรู้สึกประหม่