“นี่ นายมองฉันแบบนี้ทำไม?”ในโรงอาหาร เฉาเยวียนกำลังกินซาลาเปาเงียบๆ เหมือนทุกที แต่กลับรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว พอหันไปมอง ก็พบว่าไป๋หลี่พั่งพั่งกำลังจ้องเขาตาไม่กะพริบ“เฉาเยวียน” ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดอย่างจริงจัง “ผมไม่คิดเลยว่าภายใต้ท่าทางซื่อๆ บื้อๆ ของนายจะมีรสนิยมแบบนี้……”เฉาเยวียนมึนงง “นายพูดเรื่องอะไรน่ะ?”“นายมีความชอบส่วนตัวก็ไม่เป็นไร แต่ว่า……” ไป๋หลี่พั่งพั่งทำหน้าเจ็บปวดรวดร้าว “แต่ทำไมนายต้องเอาของมาซ่อนไว้ที่ผมด้วย? ผมเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลไป๋หลี่… เอ่อ… ของครอบครัวธรรมดาๆ ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปแล้วคนเข้าใจผิดล่ะก็ ผม ผม……”“แล้วผมจะเผชิญหน้ากับพี่สาวสุดสวยที่หลงรักผมได้ยังไง?”เฉาเยวียน “???”“นายต้องการจะพูดอะไรกันแน่?” เฉาเยวียนขมวดคิ้ว“แค่กแค่ก……” หลินชีเยี่ยไอเบาๆ แล้วยัดซาลาเปาเข้าปากไป๋หลี่พั่งพั่ง “ไม่สำคัญหรอก กินข้าวๆ……”เฉาเยวียนเกาหัวอย่างสงสัย สักพักก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงพูดว่า“ฉันได้ยินมาว่า ก่อนที่พวกเราจะจบหลักสูตรและออกจากค่ายฝึกอบรม จะมีการสอบวัดคะแนนด้วยนะ”“การสอบวัดคะแนน?” ไป๋หลี่พั่งพั่งงงงัน“ใช่แล้ว พวกเราเหลือเวลาอีกแค่สองสามเดือนก็จะจบหลักสูตรแล้วไม่ใช่เหรอ? ได้ยินว่าทุกปีก่อนจบหลักสูตรครูฝึกจะออกตารางจัดอันดับคะแนน เพื่อจัดอันดับทหารใหม่ทั้งหมด”“คล้ายกับการจัดอันดับการสอบปลายภาคสินะ……” หลินชีเยี่ยครุ่นคิด “การจัดอันดับนี้มีประโยชน์อะไร? ตัดสิทธ