เมอร์ลินค่อยๆ ลืมตาขึ้นบนเตียงพับในห้องกิจกรรมดูเหมือนว่าฤทธิ์ยาระงับประสาทของเทพจะแตกต่างจากของมนุษย์ มันออกฤทธิ์ในตัวเมอร์ลินได้ไม่นานนัก แต่ก็สามารถระงับสภาวะวิกลจริตของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพตอนนี้ ดวงตาของพ่อมดในตำนานไม่มีความขุ่นมัวหรือสับสนอีกต่อไปเขาลุกขึ้นนั่ง หันไปมองโต๊ะเล็กข้างๆ เห็นหลินชีเยี่ยสวมเสื้อกาวน์นั่งอยู่ที่นั่น มือถือแก้วใบหนึ่ง ส่งยิ้มบางๆ ให้เมอร์ลิน“สายัณห์สวัสดิ์ ท่านเมอร์ลิน”“สายัณห์สวัสดิ์ ผู้อำนวยการหลิน” เมอร์ลินลงจากเตียง เดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามหลินชีเยี่ย สายตาจับจ้องมาที่เด็กหนุ่ม พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย“ดูเหมือนว่าวิกฤตรอบกายเจ้าจะคลี่คลายแล้ว”หลินชีเยี่ยเอ่ยอย่างประหลาดใจ “ท่านมองออกอีกแล้วหรือครับ?”เมอร์ลินยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด“งั้นท่านลองดูอีกครั้งสิว่า ในอนาคตของผม โชคชะตาจะเป็นอย่างไร?”สายตาอันลึกล้ำเปล่งประกายเล็กน้อย เขาส่ายหัว “อนาคตบอกไม่ได้ แต่ในช่วงสองสามวันมานี้ โชคของเจ้าก็ไม่เลว”เด็กหนุ่มพยักหน้า ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถาม “ท่านเมอร์ลิน เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ท่านยังจำได้มากแค่ไหน?”“เรื่องเมื่อครู่หรือ?”“สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่ท่านจะตื่นน่ะครับ”เมอร์ลินตรึกตรองชั่วครู่ แล้วเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ “ข้าจำได้ว่า ข้ากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างในห้อง จากนั้น… ก็จำอะไรไม่ได้เลย”หลินชีเยี่ยพยักหน้าพลางคิดในใจ กล่าวคือ ตอ