“ส่วนเฉินมู่เหยี่ย…” หยวนกังเคาะนิ้วบนโต๊ะ “พูดตามตรง ฉันก็ไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น”“ประมาณสิบสองปีก่อน หลังจากที่เฉินมู่เหยี่ยออกจากค่ายฝึกอบรมทหารใหม่ เขาก็ถูกส่งตัวไปยังหน่วยพิทักษ์ราตรีประจำเมืองหลวงพร้อมกับอัจฉริยะอีกคนหนึ่ง ลำดับผนึกต้องห้ามของพวกเขาหายากมาก และยังเสริมซึ่งกันและกัน ตอนนั้นมีหน่วยรบพิเศษอื่นๆ พยายามชักชวน แต่ผู้บัญชาการใหญ่กลับยืนกรานที่จะส่งพวกเขาไปยังหน่วยพิทักษ์ราตรีของเมืองหลวง”“ผนึกต้องห้ามของเฉินมู่เหยี่ย คือ 037 [เทพเฮยอู่ฉาง] ส่วนอีกคนหนึ่งก็คือ เส้าผิงเกอ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ราตรีประจำเมืองหลวงในปัจจุบัน มีผนึกต้องห้ามลำดับที่ 038 [เทพไป๋อู่ฉาง] เพราะเหตุนี้ ทั้งสองคนจึงถูกเรียกขานว่า‘เฮยไป๋อู่ฉางแห่งเมืองหลวง’”“เฮยไป๋อู่ฉาง?” หลินชีเยี่ยฉายแววฉงน “ผมสงสัยมาตลอดว่าใครเป็นคนตั้งชื่อผนึกต้องห้ามนี้ มันเกี่ยวข้องกับยมทูตขาวดำในตำนานของต้าเซี่ยหรือเปล่า?”“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้นกำเนิดของผนึกต้องห้ามทั้งสองนี้เก่าแก่มาก และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นความลับสุดยอดของหน่วยพิทักษ์ราตรี ฉันไม่มีสิทธิ์เข้าถึงได้หรอก” หยวนกังส่ายหัวแล้วพูดต่อ“พวกเขาฝึกฝนในหน่วยเมืองหลวงเป็นเวลาสองปี แล้ววันหนึ่ง เฉินมู่เหยี่ยดูเหมือนจะได้รับคำสั่งพิเศษบางอย่างวันรุ่งขึ้นเขาก็หายตัวไปจากเมืองหลวง…”“ตอนนั้นฉันยังไม่ได้เข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองหลวง ได้ยินมาว่าว