กนั้นโอโรจิหนีไปพร้อมกับบาดแผล ยอดมนุษย์ได้รับคำสั่งให้อยู่รักษาการณ์ที่ชายฝั่ง ส่วนหน่วยฝนสีครามรับผิดชอบในการเข้าไปในม่านหมอกเพื่อไล่ล่า”“เข้าไปในหมอก? หมอกไม่เป็นอันตายเหรอครับ?” หลินชีเยี่ยถามอย่างสงสัย“ก็ใช่อย่างที่ว่านั่นแหละ แต่มีวัตถุต้องห้ามพิเศษบางอย่างที่ทำให้สามารถเดินในหมอกได้ชั่วคราว เมื่อนายสัมผัสถึงระดับนั้น นายก็จะรู้เอง” หยวนกังพูดต่อ“เดิมที ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วยพิทักษ์ราตรีสั่งลงมาว่า ให้พยายามสังหารโอโรจิ หากทำไม่ได้ก็ให้ถอนกำลังทันที และวัตถุต้องห้ามนั้นก็รับประกันได้เพียงว่าพวกเขาจะเดินในหมอกได้ยี่สิบสี่ชั่วโมง ทุกคนคิดว่าพวกเขาจะกลับมา…”“แต่หลังจากผ่านไปยี่สิบสี่ชั่วโมง พวกเขาก็ขาดการติดต่ออย่างสิ้นเชิง”“จนกระทั่งประมาณแปดสิบชั่วโมงต่อมา อู๋เซียงหนานปรากฏตัวขึ้นจากม่านหมอกเพียงลำพังบนแพ คนของเราพบเขาในสภาพหมดสติ”“เขาหลับไปเกือบหนึ่งวันเต็มก่อนจะฟื้นขึ้นมา ตอนนั้นดูเหมือนว่าเขาจะบอบช้ำอย่างหนัก ทั้งตัวดูไร้วิญญาณหลังจากนั้นคนของเราก็ได้พูดคุยกับเขา จึงได้รู้ว่าหน่วยฝนสีคราม……ถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว”ยามได้ยินถึงตรงนี้ หลินชีเยี่ยก็ขมวดคิ้วแน่นหยวนกังจิบชาแล้วพูดต่อ “ตามที่เขาเล่า ตอนนั้นพวกเขาไล่ล่าโอโรจิไปตลอดทาง เห็นว่าไล่ไม่ทันก็เลยเตรียมตัวจะกลับ แต่ดูเหมือนว่าจะหลงทิศในหมอก แล้วเข้าไปในโลกที่แปลกประหลาด…”“พวกเขาสงสัยว่า สถานที่นั้น……คือที่ราบฟ้าสูง”