สูดหายใจเข้าลึก ยกมือทำความเคารพหยวนกังด้วยท่าทางทหารท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของทุกคน หลินชีเยี่ยค่อยๆ เดินลงกลับไปยังแถวของตนไป๋หลี่พั่งพั่งกลืนน้ำลาย แล้วชูนิ้วโป้งให้กับหลินชีเยี่ยพลางพูดว่า“ชีเยี่ย เจ๋งมากเลย!!”หลังจากหลินชีเยี่ย ชื่อของผู้ที่ได้รับเหรียญตราคนที่สองก็ถูกประกาศโดยหยวนกัง ซึ่งมันเกินความคาดหมายของทุกคน“เสิ่นชิงจู่ได้ขจัดตาพายุที่เกิดจาก [มหาวาตภัย] ได้ทันท่วงที ทำให้เมืองครึ่งหนึ่งรอดพ้นจากการถูกทำลาย จึงได้รับเหรียญแสงดารา”“โอ้โห พี่คนเท่เหรอ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเบิกตากว้างทุกคนหันไปมองเสิ่นชิงจู่พร้อมกัน แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังมึนงง เขามองไปที่หยวนกังบนเวที สีหน้าราวกับจะพูดว่า‘นี่คุณล้อเล่นรึเปล่า?’หลังจากยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดเล่น เสิ่นชิงจู่ก็ฝืนใจเดินขึ้นไปบนเวทีทีละก้าวแม้แต่ตัวเองก็ไม่คิดว่าการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวจะช่วยเมืองชางหนานไว้ได้ครึ่งเมือง?เสิ่นชิงจู่รับเหรียญตราอย่างงุนงง เดินลงบันไดอย่างงุนงง กลับเข้าแถวอย่างงุนงง เขารู้สึกว่าโลกนี้บ้าไปแล้วเมื่อหยวนกังสั่งให้แยกย้าย ทุกคนต่างตรงไปกินข้าว เติ้งเหว่ย หลี่เจี่ย หลี่เลี่ยง สามสมุนรีบล้อมรอบเสิ่นชิงจู่ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชม!“พี่เสิ่น! พี่ไปช่วยเมืองชางหนานตอนไหนเหรอ?!”“ใช่แล้วพี่เสิ่น พี่ไม่ได้ออกไปหาเงินหรอกเหรอ? ทำไมถึงได้เหรียญตรามาด้วยล่ะ?”“พี่เสิ่นก็คือพี่เสิ่นของผมจริงๆ เจ๋งมากเลย!!”ถูกล้อมอ