แล้ว เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ที่มักจะเหนื่อยจนหมดสติในสนามฝึก ตอนนี้ถือว่าเป็นสวรรค์เลยทีเดียว แต่ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่ทุกเซลล์ในร่างกายต่างปฏิเสธการเรียนรู้เชิงทฤษฎี“แก่นแท้ของพลังจิตคืออะไร?”บนแท่นบรรยาย ครูฝึกที่สวมแว่นตากรอบดำเอ่ยขึ้นช้าๆ สายตากวาดมองไปทั่วห้องเรียน ก่อนจะหยุดลงที่ใครบางคนที่อยู่แถวหลังสุด“เสิ่นชิงจู่”เสิ่นชิงจู่ที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองครูฝึกกู้ด้วยสายตาง่วงงุน“แก่นแท้ของพลังจิตคืออะไร?”“ผมไม่รู้”“……ออกไปวิ่งสิบรอบ”“รับทราบ!!”เสิ่นชิงจู่ราวกับได้ชีวิตใหม่ พุ่งออกจากห้องเรียนเหมือนสายลม เริ่มวิ่งรอบสนามอย่างกระปรี้กระเปร่าครูฝึกกู้ถอนหายใจ แล้วเริ่มเลือกเป้าหมายอีกครั้ง สุดท้ายสายตาก็ตกอยู่ที่หลินชีเยี่ย“หลินชีเยี่ย นายรู้ไหม?”หลินชีเยี่ยลุกขึ้นยืนและพูดอย่างใจเย็นว่า “แก่นแท้ของพลังจิต คือ พลังเหนือธรรมชาติที่เกิดจากกิจกรรมทางจิตสำนึกภายใต้สถานการณ์บางอย่าง”ครูฝึกกู้พยักหน้า ดวงตาฉายแววชื่นชม “ไม่เลว ฉันหวังว่าทุกคนจะเข้าใจว่า ทฤษฎีมีความสำคัญไม่แพ้การปฏิบัติจริงในกระบวนการกำจัดสิ่งลี้ลับ พวกเราต้องยึดมั่นในท่าทีของผู้เรียนรู้ ค้นคว้า วิจัย หลังจากคิดวิเคราะห์และโต้แย้งอย่างต่อเนื่อง เราถึงจะเข้าใจความจริงของโลก……”ยามได้ยินประโยคนี้ สมองของหลินชีเยี่ยก็แล่นแวบ ราวกับนึกอะไรบางอย่างได้ครูฝึกกู้กำลังจะพูดต่อ แต่พบว่าเด็กหนุ่มยังไม่ได้นั่