กลับไปนอนกันรึไง?” เหลิ่งเซวียนเอ่ยถาม“นอนเหรอ? นอนไม่หลับหรอก”“อ้อ”“ได้ข่าวว่าวันนี้เชียเยี่ยไปช่วยเจ้าอ้วนต่อยตีมาเหรอ? เป็นไงบ้าง?”เหลิ่งเซวียนหยุดไปครู่หนึ่ง ริมฝีปากแย้มยิ้มเล็กน้อย “ไม่เลว แข็งแกร่งขึ้นแล้ว ตอนนี้แม้แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเอาชนะเขาได้”“งั้นเหรอ?” เฉินมู่เหยี่ยยิ้ม “ไม่เลวเลย”“อืม”“นายเฝ้าเขามาทั้งวันแล้ว คืนนี้ให้พวกเรามาเปลี่ยนบ้าง”“ไม่ต้อง แค่นี้ยังไม่มีความอดทน แล้วจะเป็นพลซุ่มยิงได้ยังไง?”อู๋เซียงหนานและเฉินมู่เหยี่ยสบตากัน แล้วหัวเราะแห้งๆ ไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรต่อบนยอดโบสถ์ตกอยู่ในความเงียบชายหนุ่มทั้งสามนั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น โดยไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา คอยเฝ้ามองคฤหาสน์ที่อยู่ไกลออกไป ไม่ขยับเขยื้อนเกล็ดหิมะที่โปรยปรายร่วงลงมาปกคลุมร่างของพวกเขาภายใต้ท้องฟ้ายามรัตติกาลอันเงียบสงัด……หิมะค่อยๆ ปกคลุมร่างของพวกเขา หนาขึ้น หนาขึ้น หนาขึ้นเรื่อยๆ……จนกลายเป็นมนุษย์หิมะสามตัวราวกับเป็นเทพผู้พิทักษ์เมืองแห่งนี้