ย แต่กลับงดงามน่าประทับใจ“เถ้าแก่ ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ?” หลินชีเยี่ยหยิบกระเป๋าเงินออกมา“บะหมี่เนื้อสิบหยวน บะหมี่หมูทอดสิบสองหยวน ส่วนของเจ้าหนุ่มนี่……สี่สิบสองหยวน รวมเป็นหกสิบสี่หยวน”เถ้าแก่ยิ้มร่าแล้วยื่นมือออกมามือของหลินชีเยี่ยชะงักกลางอากาศ“ของเขาก็ให้เขาจ่ายเอง” หลินชีเยี่ยหยิบธนบัตรยี่สิบหยวนกับเหรียญหนึ่งหยวนสองเหรียญออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เถ้าแก่ จากนั้นก็ชี้ไปที่ไป๋หลี่พั่งพั่งแล้วกล่าวไป๋หลี่พั่งพั่งสั่นสะท้าน “ชีเยี่ย นายไม่ได้บอกว่าจะเลี้ยงผมหรอกเหรอ……”“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”……ไป๋หลี่พั่งพั่งลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “เถ้าแก่ ที่นี่รูดบัตรได้ไหมครับ?”…สุดท้าย เฉาเยวียนก็เป็นฝ่ายควักธนบัตรห้าสิบหยวนที่ยับยู่ยี่ออกมาจ่ายให้ไป๋หลี่พั่งพั่ง แต่มีข้อแลกเปลี่ยนคืออีกฝ่ายต้องออกค่ากินค่าอยู่ให้เขาในช่วงสองสามวันนี้ไม่ใช่ว่าหลินชีเยี่ยตระหนี่ แต่การออกมาข้างนอกครั้งนี้ เขาตั้งใจพกเงินมาแค่ห้าสิบหยวน เพราะคิดว่าแค่กินบะหมี่ แค่นี้ก็มากพอแล้ว ใครจะไปคิดว่า……ซู้ด–!เด็กหนุ่มทั้งสามก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ พลางพูดคุยถึงการต่อสู้ที่เพิ่งเกิดขึ้น“หมายความว่า พวกนายโดนจู่โจมก่อน พวกมันระเบิดชั้น 90 อย่างงั้นเหรอ?” หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วหลังจากฟังคำบอกเล่าของทั้งคู่“ใช่สิ นายไม่เห็นรึไงว่าตอนนี้ผมยังพันผ้าขนหนูอยู่เลยเนี่ย” ไป๋หลี่พั่งพั่งชี้นิ้วไปที่ผ้าขนหนูขาดรุ่งริ่งของตัวเองแล้วพูดอย่างอับจนหนทาง