ยำ“พี่เสิ่น ทำไมถึงกินบะหมี่เนื้อล่ะ?”“กินแบบน้ำใสมาเยอะแล้ว คิดว่าพวกนายคงเบื่อกัน เลยให้เปลี่ยนรสชาติบ้าง”“แล้วพี่เสิ่นล่ะ?”“ฉันชอบกินแบบน้ำใส” เสิ่นชิงจู่เงยหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “เรียบง่าย บริสุทธิ์ นั่นแหละคือแก่นแท้ของบะหมี่”ลูกสมุนทั้งสามมองหน้ากันไปมา ก่อนจะก้มหน้าเงียบเสิ่นชิงจู่ราวกับนึกอะไรบางอย่างได้ จึงหันไปหาหลินชีเยี่ย “อ้อ แล้วที่นายได้รับบาดเจ็บบนรถ เป็นอะไรรึเปล่า?”หลินชีเยี่ยส่ายหัว “ไม่เป็นไร”เสิ่นชิงจู่ครางรับในลำคอ ละล้าละลังครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ตอนนั้น……ขอบใจนายนะ ถ้าไม่ได้นายรับเศษเหล็กพวกนั้นไว้ พวกเราคงได้รับบาดเจ็บกันหมด”“พี่คนเท่ เมื่อไหร่กันที่คุณสุภาพขนาดนี้เนี่ย?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเอ่ยขึ้นอย่างกังขา“ไอ้อ้วน ฉันเป็นคนแยกแยะความแค้นความชอบได้ชัดเจนเสมอมา ไม่ได้สุภาพอะไรสักหน่อย” เสิ่นชิงจู่จ้องไป๋หลี่พั่งพั่งแวบหนึ่ง แล้วหันมาหาหลินชีเยี่ย “ฉันรู้ว่าการหยุดพักครั้งนี้ต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ ถ้านายมีปัญหาอะไรก็บอกฉันได้นะ ในเมื่อเป็นสหายร่วมรบกัน ฉันช่วยได้ก็จะช่วย”หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเข้าหากัน ในหัวพลันผุดความคิดบางอย่างขึ้นมา“ถ้าอย่างนั้น ฉันมีธุรกิจอยากคุยกับนายหน่อย” หลินชีเยี่ยกล่าว“อะไร?”เขาชี้ไปที่ไป๋หลี่พั่งพั่ง แล้วพูดว่า “ในช่วงวันหยุด ช่วยปกป้องเขาอย่างใกล้ชิดที”ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงไป๋หลี่พั่งพั่งต่างก็ตกตะลึง“เขา?” เสิ่นชิงจู่จับจ้