หลินชีเยี่ยค่อยๆ ฟื้นจากภวังค์ดวงตาจับจ้องเพดานที่คุ้นเคยอยู่นาน ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง ศีรษะยังคงรู้สึกหนักอึ้ง ทว่าอาการดีขึ้นกว่าเดิมมากที่นี่คือ……คฤหาสน์ของหงอิงงั้นเหรอ?หลินชีเยี่ยอาศัยอยู่ที่นี่มานานกว่าหนึ่งเดือน จึงจำห้องที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างแม่นยำ เขานวดขมับแล้วลุกจากเตียงแอ๊ด!ผลักประตูห้องออกไป เห็นคนกลุ่มหนึ่งนั่งล้อมวงอยู่ในห้องนั่งเล่นเฉินมู่เหยี่ย อู๋เซียงหนาน หงอิง เวินฉีโม่ ซือเสี่ยวหนาน และครูฝึกหง……ยามได้ยินเสียงเปิดประตูห้องของหลินชีเยี่ย ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมอง หงอิงขมวดคิ้ว แล้วหันไปตบหลังศีรษะของอู๋เซียงหนาน!“ฉันบอกให้พูดเบาๆ ไง! ตอนนี้ปลุกชีเยี่ยตื่นแล้วเห็นไหม?”อู๋เซียงหนาน “???”“ชีเยี่ย รู้สึกดีขึ้นหรือยัง?”“ครับ ไม่เป็นไรแล้ว…” หลินชีเยี่ยเอ่ยอย่างฉงนขณะก้าวลงบันได “ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”“นายใช้พลังจิตมากเกินไปในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้หมดสติ” เฉินมู่เหยี่ยขยับไปทางขวาบนโซฟา เว้นที่ว่างไว้ให้“จากนั้นหงอิงและฉีโม่ก็มาถึงทันเวลา พวกเขาจึงพานายลงมาจากรถทันที”หลินชีเยี่ยนั่งลงข้างๆ เฉินมู่เหยี่ย มองไปที่ครูฝึกหงอย่างสงสัย“หลังจากส่งทหารใหม่ถึงที่หมายแล้ว ฉันก็รีบมาหาหัวหน้าเฉิน บังเอิญว่าพวกเขากำลังจะมาที่นี่ ฉันก็เลยตามมาด้วย” ครูฝึกหงยิ้มแล้วพูดต่อ“หลินชีเยี่ย ครั้งนี้นายช่วยชีวิตคนทุกคนไว้ได้ ฉันจะรายงานความดีความชอบนี้ให้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด นายน่าจะไ