ะไม่เป็นอะไรหรอก แต่ต้องรีบจับตัวคนทรยศให้ได้……” ครูฝึกหงโบกมือให้ “ไว้เจอกันที่ค่ายฝึกอบรมนะ”“ครับ”เมื่อครูฝึกหงจากไป เฉินมู่เหยี่ยก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนราวกับนึกอะไรบางอย่างได้ จึงหันไปพูดกับหลินชีเยี่ย“ชีเยี่ย พรุ่งนี้วันสิ้นปี นายมีแผนอะไรหรือเปล่า?”ผู้ถูกถามเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกายเล็กน้อย จากนั้นก็มืดลงราวกับตระหนักถึงบางสิ่ง“ไม่มีครับ”“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เช้านายไปซื้อของกับหงอิง แล้วตอนเย็นมากินข้าวที่สำนักงาน” เฉินมู่เหยี่ยเดินมาที่ข้างกายหลินชีเยี่ย มุมปากปรากฏรอยยิ้มจางๆ “ฉันทำอาหารเอง”หลินชีเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง พยักหน้าตอบรับ“หัวหน้า ทำไมไม่พักอยู่ที่นี่ คอยปกป้องชีเยี่ยล่ะ” หงอิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์“มีเธอ เสี่ยวหนาน แล้วยังมีเหลิ่งเซวียนอยู่ด้วย ฉันยังต้องกังวลอะไรอีก สำนักงานก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ หากเกิดเรื่องขึ้น ฉันแค่คว้าดาบก็มาถึงแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น……ที่นี่มัน……มีที่ให้ฉันพักไหมล่ะ?” เฉินมู่เหยี่ยเอ่ยขึ้นอย่างจนใจ“คนเราย่อมต้องเติบโต หงอิง เธอไม่สามารถปกป้องหลินชีเยี่ยไปได้ตลอดนะ” อู๋เซียงหนานลุกขึ้นยืนตาม “สักวันหนึ่ง เขาต้องจากที่นี่ไป กลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่ยืนหยัดด้วยตัวเอง การปกป้องเขามากเกินไปในตอนนี้อาจไม่ใช่เรื่องดี”“ฮึ! ขี้เกียจก็บอกมาเถอะ!” หงอิงทำหน้าบูดบึ้งใส่อู๋เซียงหนานฝ่ายหลังเมินเฉยต่อการยั่วยุของหงอิง เดินตรงไปหาหลิน