อ……ผมไม่รู้สึกถึงขอบเขตพลังจิตเลย รู้สึกแค่ตัวเบาขึ้นเท่านั้นเอง”“นั่นแสดงว่าพลังจิตของนายก็เพิ่มขึ้นมาก” เฉาเยวียนเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ “แม้ว่านายจะไม่มีผนึกต้องห้าม และไม่สามารถรับรู้พลังจิตได้อย่างชัดเจน แต่มันก็ยังคงมีอยู่จริง เมื่อพลังจิตสูงขึ้น พลังของวัตถุต้องห้ามที่ใช้ก็จะยิ่งมากขึ้นด้วย”“เฮ้อ อิจฉาพวกนายที่มีผนึกต้องห้ามจัง”“……ลองเอามือแตะที่อกตัวเอง แล้วมองดูวัตถุต้องห้ามเต็มตัวของนาย จากนั้นก็พูดประโยคเมื่อกี้อีกครั้งสิ”“มันเทียบกันไม่ได้หรอก วัตถุต้องห้ามก็เป็นแค่วัตถุภายนอก ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่ใช่ของตัวเอง……”ในขณะที่คุณชายไป๋หลี่กำลังพล่ามอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีคนชี้นิ้วออกไปนอกหน้าต่างแล้วตะโกน“บ้าไปแล้ว!! นั่นมันอะไรน่ะ?!”ทุกคนพลันเงียบลงพร้อมกัน มองตามนิ้วของผู้ชี้ แล้วก็ต้องตื่นตะลึงบนท้องฟ้าสีคราม มีวัตถุไม่ทราบฝั่งจำนวนห้าชิ้น พุ่งทะลวงก้อนเมฆอย่างรวดเร็ว ทิ้งรอยสีขาวไว้บนฟ้า พุ่งลงมาทางพวกเขา“นั่น……นั่นมัน……” หลินชีเยี่ยเห็นภาพนั้น ม่านตาพลันหดเล็กลง!“ขีปนาวุธ!!!”“นั่นมันขีปนาวุธ!!!”“ทุกคนหมอบลง เกาะอะไรไว้สักอย่าง!!!”ครูฝึกหงตะโกนลั่นฟิ้ว!!!ขีปนาวุธห้าลูกพุ่งแหวกอากาศ สามลูกลอยเฉียดหัวพวกเขาไป มุ่งตรงไปยัง……ค่ายฝึกอบรมที่อยู่ด้านหลัง!ในชั่วพริบตาที่ขีปนาวุธทั้งสามลูกโจมตีค่ายฝึก เปลวไฟอันเจิดจ้าพลันปะทุขึ้น พร้อมกับเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!ตู้ม!!!เปลวเพลิงรุนแรงราว