เปลวเพลิงสีดำค่อยๆ มลายหายไป เผยให้เห็นผิวหนังดั้งเดิม เฉาเยวียนกุมม้วนปิดผนึกที่พันรอบคอ ดวงตาสีโลหิตของเขากลับเป็นปกติพร้อมกับเสียงไออย่างหนักหลินชีเยี่ยคลายเทปกาวที่พันรอบตัวอีกฝ่ายพลางถอนหายใจอย่างโล่งอกเฉาเยวียนในสภาพคลุ้มคลั่งนั้นแข็งแกร่งอย่างที่คาดไว้ หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้มีวัตถุต้องห้ามสองชิ้นอยู่ในมือกอปรกับพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาที่สามารถยับยั้ง [ราชันทมิฬล้างผลาญ] ได้ บางทีอาจจะไม่ชนะง่ายๆ แบบนี้เฉาเยวียนนอนหายใจหอบอยู่บนพื้น ดวงตาจับจ้องไปที่หลินชีเยี่ย มุมปากเผยรอยยิ้มออกมา“เป็นนายจริงๆ ด้วย……”“อะไร?”“ในโลกนี้มีไม่กี่คนที่สามารถสะกด [ราชันทมิฬล้างผลาญ] ได้”“อย่างนั้นเหรอ? ถ้าฉันเดาไม่ผิด หัวหน้าหน่วยเร้นลับก็น่าจะทำได้เหมือนกัน”“ไม่เหมือนกัน นายสามารถชำระล้างบาปของฉันได้”“นายพูดอะไรน่ะ?”หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับไม่เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย ส่วนเฉาเยวียนนั้นได้แต่ส่ายหน้า แล้วลุกขึ้นจากพื้นโดยไม่พูดอะไรครูฝึกหันที่ยืนอยู่ข้างๆ เดินเข้ามา เพ่งพินิจหลินชีเยี่ยอย่างละเอียด “ไม่เป็นอะไรนะ?”“ไม่เป็นไรครับ”“อืม” ครูฝึกหันชะงัก แล้วชูนิ้วโป้งให้หลินชีเยี่ย “เมื่อกี้นายทำได้เยี่ยมมาก!”หลินชีเยี่ยยิ้มบางๆครูฝึกหันยื่นมือไปพยุงเฉาเยวียนให้ลุกขึ้น ฝ่ายถูกพยุงทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ครูฝึกหันส่ายหน้าห้ามไว้“นายไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เรื่องนี้ฉันต้องรับผิดชอบเอง ฉันเป็นคน