อให้โชคดีนะ”หลินชีเยี่ยโบกมือลา แล้ววิ่งออกจากโรงอาหารไปอย่างรวดเร็วเมื่อทุกคนทยอยกันออกไปจนหมด บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบสงัดลง“เฮ้อ ไม่มีสายตาที่อิจฉาของทหารใหม่แล้ว กินไม่อร่อยเลยเนี่ย” น้ำวนวางตะเกียบลงพลางถอนหายใจ“……ชอบแกล้งคนอื่นจริงๆ” นภากลอกตาไปมา“เอาล่ะ ถ้ากินอิ่มกันแล้ว พวกเราก็ไปกันเถอะ” หน้ากากหวังเห็นว่าไม่มีใครแตะตะเกียบแล้ว จึงหยิบกล่องดำข้างกายแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน“อืม ไปกันเถอะ อย่าให้เขารอนาน” ภูตจันทราเอ่ยพร้อมเช็ดปากคนอื่นๆ ก็ลุกขึ้นเช่นกัน พลางสวมเสื้อคลุม หยิบกล่องดำขึ้นมา แล้วก้าวเท้ายาวๆ ออกจากโรงอาหารแสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา สาดส่องไปทั่วโรงอาหารที่ว่างเปล่า คนทั้งเจ็ดเดินเคียงบ่าเคียงไหล่สายลมโชยเบาๆ ผ่านประตู พัดชายเสื้อคลุมสีเทาให้ลู่ไหวบนพื้นกระเบื้องที่สะอาดสะอ้าน ปรากฏเงาสะท้อนของพวกเขาอย่างชัดเจนทุกคนล้วนแบกกล่องสีดำไว้ด้านหลัง ก้มศีรษะลง สวมหน้ากากของตนเอง……แล้วก้าวออกไปโรงอาหารทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบสงัดภายในห้องครัวแคบๆ ลุงซุนผู้หลังค่อมยืนอยู่ข้างหน้าต่างบานเล็ก มองตามหลังผู้คนที่จากไปอย่างเงียบงัน……ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความแน่วแน่ครู่ต่อมาเขายืนตัวตรง แขนแนบลำตัวหันหน้าไปทางที่พวกเขาจากไปทำความเคารพอย่างสมเกียรติ!……สนามฝึก“สิ่งลี้ลับที่มาจากเทพปกรณัม ตำนาน และเรื่องเล่าขาน คือศัตรูตัวฉกาจของหน่วยพิทักษ์ราตรี!”“ควา