?”“ถูกต้อง แม้แต่บางคนในศาสนจักรเทพโบราณก็ยังพบเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับที่ราบฟ้าสูง แต่ฉันไม่ต้องการร่วมงานกับพวกเขา จึงปฏิเสธไป”“แล้วพวกเขาก็ยอมแพ้ไปงั้นเหรอ?”“ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก คนของศาสนจักรเทพโบราณล้วนเป็นพวกบ้าคลั่ง ถ้าไม่สามารถดึงใครเข้าพวกได้ พวกเขาก็จะหาทางฆ่าคนๆ นั้นทิ้งซะ”“ตอนที่ฉันเพิ่งเข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรี ฉันเคยถูกพวกเขาลอบสังหารสามสี่ครั้ง ถ้าฉันไม่ตายยาก คงไม่มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้หรอก” หน้ากากหวังยักไหล่ “แต่ตอนนี้ พวกเขาไม่กล้ามาหาฉันแล้วล่ะ”“ทำไมล่ะ?”“เพราะพวกนั้นไม่แน่ใจว่าจะสู้ฉันไหว อีกอย่าง……” สายตาของหน้ากากหวังจับจ้องไปที่สมาชิกคนอื่นๆ บนโต๊ะมุมปากยกยิ้มขึ้น “ฉันมีเพื่อนร่วมทีมที่ไว้ใจได้ ไม่ว่าจะสู้ตัวต่อตัวหรือรุม พวกนั้นก็ไม่กล้าแตะต้องฉันหรอก”“แค่กแค่ก หัวหน้า……ตอนกินข้าว ไม่ควรพูดอะไรซึ้งๆ แบบนี้สิ พวกเรารู้สึกเลี่ยน……” น้ำวนเอ่ยด้วยสีหน้าแปลกๆ“แต่ฉันพูดความจริงนะ”“ถึงจะเป็นแบบนั้น นายก็รอกล่าวตอนไม่มีใครอยู่ก็ได้ นี่พูดต่อหน้าทุกคน……มันน่าอายนะ!” กุหลาบมองหัวหน้าหน่วยด้วยสายตาตำหนิ“อืม……คราวหน้าฉันจะระวัง”หลินชีเยี่ยนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น มองดูคนทั้งเจ็ดหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ผ่านไปเนิ่นนาน ริมฝีปากก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆ……