รูฝึกคนหนึ่งเอ่ยด้วยความตกตะลึง “ท่านประเมินพวกเขาสูงขนาดนั้นเลยเหรอ?”“สองปีมานี้ มีสิ่งลี้ลับปรากฏตัวในต้าเซี่ยมากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังแข็งแกร่งขึ้นด้วย นอกจากหน่วยพิทักษ์ราตรีที่ประจำการอยู่ในแต่ละเมืองแล้ว หน่วยรบพิเศษทั้งสี่หน่วยก็เริ่มรับมือไม่ไหว ตอนนี้เบื้องบนเริ่มวางแผนที่จะจัดตั้งหน่วยรบพิเศษหน่วยที่ห้าขึ้นมาใหม่แล้วล่ะนะ”หยวนกังเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ พลางกล่าวต่อ “ตอนที่หน่วยฝนสีครามล่มสลาย หน่วยรบพิเศษที่ห้าก็ว่างมาตลอดเพราะไม่มีใครเหมาะสม ตอนนี้… ฉันเห็นความหวังในตัวเด็กพวกนี้แล้ว”“โชคชะตาเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ เด็กพวกนี้อาจจะมีใครบางคนต้องตายในสนามรบ หรือบางคนอาจจะถอยห่างออกไป แต่ต้องมีสักคน……ที่จะเติบโตเป็นเสาหลักของประเทศอย่างแท้จริง และก่อตั้งหน่วยรบพิเศษหน่วยที่ห้าขึ้นมา”สิ้นเสียง หยวนกังจับจ้องไปยังหน้าจอหนึ่ง“บางที… ยุคสมัยอันยิ่งใหญ่กำลังจะมาถึงแล้ว……”…แสงสนธยาลับขอบฟ้า รัตติกาลพลันคืบคลานเข้ามาเยือนข้างนอกสนามรบอันวุ่นวาย หน้ากากหวังยืนอยู่ขอบสุดของซากปรักหักพังราวกับเป็นบุคคลภายนอก ทอดสายตามองไปยังทิศทางอันแสนไกลณ ที่แห่งนั้น เด็กหนุ่มผู้หนึ่งกำลังเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้าพร้อมกับดาบที่สะพายอยู่บนหลังเมื่อเขาเห็นคนผู้นั้นมาถึง มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย“ฉันรอนายมานานแล้ว”