“เดี๋ยวก่อน!” เฉาเยวียนเอ่ยเรียกหลินชีเยี่ยที่กำลังจะจากไปอีกฝ่ายขมวดคิ้วแล้วหันกลับมา“นายแซ่อะไร?”“แซ่หลิน หลิน (林) ที่เขียนด้วยตัวอักษรต้นไม้สองต้น (木)” *[1] หลินชีเยี่ยมองเฉาเยวียนอย่างสงสัย “มีอะไรหรือเปล่า?”“ต้นไม้คู่ตั้งตระหง่าน เทพทั้งแปดขาดหายไปหนึ่ง เดินทางยามราตรีนับสิบปี นำพามวลมนุษย์ก้าวข้ามไป……ที่แท้ก็คือนายสินะ”เฉาเยวียนจ้องมองหลินชีเยี่ยพลางพึมพำกับตัวเองหลินชีเยี่ยไม่ได้ยินวาทะของอีกฝ่าย เห็นเพียงเขาพร่ำบ่นอยู่คนเดียว จึงเบ้ปาก“ไอ้บ้า”“……”หลินชีเยี่ยไม่ได้ต่อล้อกับเขาอีก หันหลังเดินไปที่สนามรบอีกแห่งเฉาเยวียนจ้องมองแผ่นหลังที่จากไปอย่างเงียบงัน โดยไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่ทันใดนั้น ก็มีใครบางคนมาตบบ่าจากด้านหลังเฉาเยวียนหันกลับไปมอง เห็นเพียงดวงตาของนภาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง“มาฟันฉันเถอะ ฉันอยากรู้จริงๆ นะ”เฉาเยวียนมองเขาพลางหันไปมองหลินชีเยี่ยที่กำลังต่อสู้ในสนามรบ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ค่อยๆ ก้มลง……หยิบดาบที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมานภาตาเปล่งประกาย“ดูเหมือนว่า ตอนนี้เขาคิดว่าฉันเป็นทหารหนีทัพแล้ว……ความประทับใจที่แย่แบบนี้ต้องแก้ไขมันให้ได้” เฉาเยวียนพึมพำกับตัวเองขณะหยิบดาบขึ้นมา“นายว่าอะไรนะ?” นภาได้ยินไม่ชัด“คุณแน่ใจนะว่าจะรอด?” เฉาเยวียนจับฝักดาบไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างค่อยๆ เอื้อมไปจับด้ามดาบ ดวงตาจ้องมองนภาพลางพูดอย่างจริงจัง“ถ้าคุณไม่มั่นใจ ผมไปห