ล้ว”“ทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลังแบบนั้นคงไม่ดีใช่ไหม?” มอลลี่สะพายดาบไว้บนหลังพลางเอ่ยถามหลินชีเยี่ย“พวกเขาหนีไม่รอดอยู่แล้ว” หลินชีเยี่ยกล่าวอย่างใจเย็น “เป้าหมายของพวกเขามันใหญ่เกินไป สาเหตุที่เราฝ่าวงล้อมออกมาได้เพราะมีกันแค่สามคน และระหว่างคนสามคนกับคนมากกว่าสี่สิบคน หน่วยเร้นลับย่อมเลือกที่จะล้อมโจมตีคนหมู่มาก”“และถ้าเราฝ่าวงล้อมกันมาได้มากกว่านี้ พวกเขาต้องเปลี่ยนเป้าหมายมาสกัดกั้นเราอย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นเราก็จะหนีไปไม่ได้”“พูดให้ถูกก็คือ เราก็แค่ใช้ประโยชน์จากความแตกต่างด้านคุณค่าระหว่างพวกเรากับพวกเขา บีบบังคับให้หน่วยเร้นลับต้องเลือก ถ้าพวกเรายังดื้อดึงฝ่าวงล้อมไปพร้อมกับคนอื่น สุดท้ายแล้วก็คงไม่มีใครหนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว”มอลลี่เงียบไม่พูดอะไร“แล้วพวกเราจะทำยังไงกันดี?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถาม“เรื่องราวบานปลายมาถึงตอนนี้ พวกโง่เง่าในกลุ่มทหารใหม่ก็น่าจะถูกกำจัดไปหมดแล้ว ทหารใหม่ที่เหลือส่วนใหญ่คงแยกย้ายกันเป็นกลุ่มเล็กๆ กระจายอยู่ตามมุมต่างๆ ของค่ายฝึก คอยหาโอกาสจัดการหน่วยเร้นลับ”หลินชีเยี่ยนั่งลง ใช้กิ่งไม้ที่อยู่ด้านข้างเขียนลงบนพื้นดิน“จนถึงตอนนี้ ทหารใหม่ที่ยังอยู่ในสนามน่าจะราวๆ หนึ่งร้อยคน หักคนที่เสียขวัญกำลังใจ หลบซ่อนอยู่ตามมุมรอให้การต่อสู้สิ้นสุด กำลังรบที่แท้จริงก็น่าจะอยู่ที่เก้าสิบคน”“ไม่ว่าจะเป็นการเผชิญหน้าโดยตรงหรือการลอบโจมตี หากต้องการโค่นหน่วยเร้นลับ จะต