ยหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว พร้อมยื่นรายชื่อให้กับหยวนกังหยวนกังรับรายชื่อมามองปราดอย่างรวดเร็ว แล้วร่างกายพลันแข็งค้างอยู่กับที่ครูฝึกที่อยู่ด้านหลังก็หยุดเดินหยวนกังขยี้ตา เพ่งพินิจโดยละเอียดสองรอบ แล้วพึมพำ “แม่ง… ปีนี้มันเป็นบ้าอะไรเนี่ย?”“ท่านผู้บัญชาการ เกิดอะไรขึ้น?” ครูฝึกที่อยู่ด้านหลังเดินเข้ามาด้วยความใคร่รู้“คุณชายน้อยจากกว่างเซินไป๋หลี่? นี่……ไป๋หลี่กรุ๊ปที่ว่านั่นน่ะเหรอ?” ครูฝึกที่ยืนอยู่ด้านหลังเหลือบมองบรรทัดแรก ใบหน้าเต็มไปด้วยความฉงน“ตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งของต้าเซี่ย นอกจากรัฐบาลแล้ว ยังเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของหน่วยพิทักษ์ราตรี จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นพิพิธภัณฑ์สิ่งต้องห้าม……ตระกูลไป๋หลี่น่ะเหรอ?” ครูฝึกอีกคนอดรนทนไม่ไหว เอ่ยขึ้นว่า“นี่……ลูกชายของผู้สนับสนุนหน่วยพิทักษ์ราตรีมาที่นี่งั้นเหรอ?”“ทำไมไม่ใช้ชีวิตคุณชายอย่างสุขสบาย จะมาเข้าร่วมหน่วยพิทักษ์ราตรีไปทำไม? แค่อยากลองใช้ชีวิตแบบอื่นดูเหรอ?”“อาจจะนะ เราไม่เข้าใจความคิดของคนรวยหรอก”“แล้วแบบนี้ตอนฝึกเราจะทำยังไงดี? ถ้าพลั้งมือนิดหน่อยแล้วไปทำให้เขาโกรธ… เขาจะมาแก้แค้นเรารึเปล่า?”“พวกเขาจะกล้าเหรอ?” หยวนกังหรี่ตา “หน่วยพิทักษ์ราตรีเป็นหน่วยงานของรัฐ ถึงแม้ว่าตระกูลไป๋หลี่จะสนับสนุนเงินมาเยอะก็จริง แต่หน่วยพิทักษ์ราตรีก็ไม่ใช่สวนหลังบ้านของพวกเขา!”“ตราบใดที่ยังเข้ามาในค่ายฝึกอบรมของพวกเรา ทุกคนก็เท่าเทียมก