“ฉัน… ฉันไม่ได้คิดให้รอบคอบเอง” หลี่อี้เฟยถอนหายใจ“พวกเราซาบซึ้งที่พวกนายลงมาช่วยนะ” นักเรียนชายคนหนึ่งโค้งคำนับเล็กน้อย “แต่ก็น่าเสียดาย แผนการล่าถอยของนายใช้ไม่ได้ผล”“แล้วนายมีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ย?” หลี่อี้เฟยถาม“ตั้งรับอยู่ที่นี่” น้ำเสียงของเขาดูสงบนิ่ง “สัตว์ประหลาดพวกนี้ แม้ว่าจะดูน่ากลัว แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งเกินกว่าที่เราจะต้านทานได้ ตราบใดที่เรายังคงเสริมความแข็งแกร่งให้กับประตูและหน้าต่าง การยื้อเวลาไว้ไม่ใช่ปัญหา”“ฉันเชื่อว่าอีกไม่นานจะมีคนมาช่วยเรา”หลี่อี้เฟยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง มองไปที่เด็กหนุ่มที่สวมแว่นตา ดูท่าทางเรียบร้อยตรงหน้าอีกครั้ง“ฉันยังไม่รู้จักชื่อนายเลย”“อันชิงอวี๋”“อันชิงอวี๋? นายคืออันชิงอวี๋ที่ได้คะแนนสูงสุดของเมืองงั้นเหรอ?” หลี่อี้เฟยเบิกตากว้าง“เรื่องคะแนนพวกนั้น ฉันไม่สนใจหรอก” อันชิงอวี๋จับจ้องไปยังเศษเนื้อและเลือดอันน่าขยะแขยงที่กระจัดกระจายอยู่ด้านนอกทางเดิน ดวงตาเปล่งประกายแปลกประหลาด“ดูเหมือนว่าโลกใบนี้……จะน่าสนใจกว่าที่ฉันคิดไว้มาก”ไม่รู้ว่าทำไม เมื่อหลี่อี้เฟยเห็นแววตาของอีกฝ่าย พลันรู้สึกขนทั้งตัวตั้งชัน“ในเมื่อพวกนายไม่ยอมไปกับฉัน งั้นฉันกลับขึ้นไปชั้นห้าก่อนก็แล้วกัน” หลี่อี้เฟย หันหลังเตรียมจะจากไปเพราะตอนนี้ที่นี่ไม่ต้องการเขาแล้ว และยังมีนักเรียนจำนวนมากอยู่ที่ชั้นห้า“ฉันว่า ตอนนี้นายไปไม่ได้แล้วล่ะ”อันชิงอวี๋เดินไปที่หน้าต่าง ชี้ไปยังสัต