ช่วงบ่ายเวินฉีโม่กำลังนั่งเอื่อยเฉื่อยอยู่ในสนามทดลองผนึกต้องห้าม เขาเหลือบมองนาฬิกา“ไอ้หนูนั่น… ทำไมยังไม่มาอีกนะ”สิ้นเสียง ประตูก็ถูกผลักเข้ามาช้าๆ ร่างหนึ่งเดินโซซัดโซเซมาทางเขาราวกับซอมบี้…“โอ้โห!” เวินฉีโม่ร้องออกมาด้วยความตกใจยามเห็นผู้ที่เข้ามา “ชีเยี่ย นาย… นาย…”หลินชีเยี่ยใบหน้าบวมช้ำโบกมือให้เขา พยายามจะพูด แต่เกือบจะสะดุดล้มหัวคว่ำเวินฉีโม่รีบเข้าไปพยุงเขาไว้ “ไปฝึกกับหัวหน้ามาเหรอ?”“ครับ”“อืม… ดูเหมือนนายจะมีพรสวรรค์ด้านนี้นะ”หลินชีเยี่ยจ้องเขา “นี่เรียกว่ามีพรสวรรค์เหรอ?”“ตอนที่ฉันฝึกกับหัวหน้าครั้งแรก โดนซ้อมจนสลบเหมือดอยู่ในลานฝึกทั้งวันทั้งคืน” เวินฉีโม่ถอนหายใจ “ตอนนี้มีแค่หงอิงเท่านั้นที่พอจะต่อกรกับหัวหน้าในการต่อสู้ระยะประชิด”“ผมได้ยินมาว่าจ้าวคงเฉิงเป็นปรมาจารย์การต่อสู้ระยะประชิด เขาก็สู้ไม่ได้เหรอ?”เวินฉีโม่เงียบอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “เขากับหัวหน้าไม่ได้เรียกว่าสู้กันแบบสูสีหรอก แต่เรียกว่าเสมอกันดีกว่าแน่นอนว่าต้องเป็นการต่อสู้โดยไม่ใช้ผนึกต้องห้ามนะ”“เข้าใจแล้ว…”หลินชีเยี่ยกัดฟันทนความเจ็บปวด พยายามยืนขึ้นอย่างยากลำบาก ถ้าหากเปิดเสื้อผ้าออก จะพบว่าทั่วร่างเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดาบของเฉินมู่เหยี่ยนั้นรวดเร็ว รุนแรง และโหดร้ายเกินไป!และ… เหมือนเขาจะไร้ความเมตตาปราณีด้วย“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวไปหาเสี่ยวหนานให้ช่วยรักษา พรุ่งนี้เช้าก็ไปโดนซ้อมต่อได้” เวินฉีโม่ปลอบใ