“โอ้” หลินชีเยี่ยตอบรับอย่างสงบนิ่งเวินฉีโม่มองเขาด้วยความประหลาดใจ “โอ้? แค่นั้นเหรอ?”“แล้วจะมีอะไรอีกล่ะ?”“ไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือรู้สึกเลือดพล่านขึ้นมาบ้างเลยเหรอ?”“มีนิดหน่อย แต่ก็แค่นิดหน่อยเท่านั้น” หลินชีเยี่ยตอบอย่างเฉยเมย “ฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องการเลื่อนขั้นอะไรนั่นหรอก……”เวินฉีโม่มองมาด้วยสายตาแปลกๆ “ลืมไปเลยว่านายเป็น ‘พวกนอกรีต’ ที่คิดทรยศหน่วยพิทักษ์ราตรีในอีกสิบปีข้างหน้า”หลินชีเยี่ยไม่ได้ปฏิเสธหรือยอมรับ พลางเอ่ยถาม “ตามที่คุณพูด หมายความว่าหน่วยพิเศษสี่ทีมนี้คือขีดจำกัดสูงสุดของกำลังรบต้าเซี่ยแล้วเหรอ?”“แน่นอนว่าไม่ พวกเขาอาจจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหน่วยพิทักษ์ราตรี แต่ยังไม่ใช่ขีดจำกัดสูงสุดของกำลังรบต้าเซี่ย”“หมายความว่า ในต้าเซี่ยยังมีองค์กรที่คล้ายกับหน่วยพิทักษ์ราตรีอีกเหรอ?”“ไม่ใช่ ต้าเซี่ยมีแค่หน่วยพิทักษ์ราตรีเท่านั้น แต่เหนือกว่าหน่วยพิทักษ์ราตรี ยังมีมนุษย์ที่อยู่จุดสูงสุดอีกห้าคน”“มนุษย์ที่อยู่จุดสูงสุด?”“ก็ตามชื่อนั่นแหละ พวกเขาคือขีดจำกัดของพลังรบที่มนุษย์สามารถบรรลุได้ เนื่องจากมีพลังที่ใกล้เคียงกับเทพเจ้าโบราณในตำนาน จึงได้รับการขนานนามว่า ‘ครึ่งเทพ’ ด้วย”“ร่างกายของปุถุชน ทัดเทียมเทพเจ้า?”“ถึงฉันจะรู้ว่านายกำลังพูดถึงคำคมคลาสสิกในหนัง แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ นั่นแหละ” เวินฉีโม่เงยหน้ามองท้องฟ้ายามรัตติกาล สายตาแฝงด้วยความชื่นชม“คนทั้งห้านี้เ