บ้างในการรับคน?”“แน่นอนว่ามี และยังเข้มงวดมากด้วย” เวินฉีโม่ถอนหายใจ “อย่างแรกเลย สมาชิกหน่วยพิเศษต้องมีขั้นพลังอย่างน้อยคือขั้น ‘ชวน’ ระดับสูงสุด”“ขั้น ‘ชวน’ ระดับสูงสุด……แล้วในพวกคุณหกคน ใครมีขั้นพลังสูงสุดล่ะ?”“หัวหน้าหน่วย เขาก็อยู่ในขั้น ‘ชวน’ เหมือนกัน แต่ยังห่างไกลจากระดับสูงสุดอีกมาก” เวินฉีโม่กล่าวต่อ “และการจะเข้าร่วมหน่วยพิเศษได้ ไม่ใช่แค่มีขั้นพลังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมี ‘ความพิเศษ’ ด้วย”“ความพิเศษยังไง?”“ก็คือสิ่งที่แตกต่างจากหน่วยพิทักษ์ราตรีคนอื่นๆ เช่น การครอบครองผนึกต้องห้ามระดับอันตราย ประเภท 80อันดับแรก หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญไร้เทียมทานในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ปรมาจารย์ดาบ ปรมาจารย์กระบี่ หรือไม่ก็……เป็นตัวแทนของเทพเจ้า”“ตัวแทนของเทพเจ้า? นี่ก็ถือว่าพิเศษด้วยเหรอ?”“……นายนี่พูดอะไรออกมา?” เวินฉีโม่เหลือบมองหลินชีเยี่ยด้วยสายตาอิจฉา “นายเป็นตัวแทนของทูตสวรรค์เซราฟ แล้วคิดว่าตัวแทนของเทพเจ้าหาได้ง่ายเหมือนผักปลาในสวนหรือไง?”“ไม่เชิงเหรอ?” หลินชีเยี่ยถามอย่างงุนงง“แน่นอนว่าไม่!!” เวินฉีโม่ไม่เคยเจอคนที่ไร้ยางอายแบบนี้มาก่อน “ตัวแทนของเทพเจ้าที่อยู่ฝ่ายมนุษย์นั้นหายากมากนะ ในบรรดาหน่วยพิทักษ์ราตรีทั้งหมด มีเพียงแปดหรือเก้าคนเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในหน่วยรบพิเศษ หรือไม่ก็เป็นหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ราตรีประจำเมืองใหญ่ ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญมากเลยนะ!”“แม่ง! อิจฉานายชะมัด”เวิ