าหัสก่อน หากไม่ใช่เพราะจ้าวคงเฉิงยอมสละชีวิตเพื่อตัดแขนราชาหน้ากากปีศาจ ถึงแม้เขาจะมีทั้งดวงตาทูตสวรรค์เซราฟและ [นักร่ายรำยามราตรี] แต่ก็คงไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของราชาหน้ากากปีศาจได้อยู่ดีนี่คือสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ถูกส่งมายังโลกใบนี้นี่คือ… ‘ขั้นชวน’สายฝนไหลผ่านแก้ม เขาเดินโซเซย่ำผ่านแอ่งเลือดทีละก้าว มุ่งหน้าไปยังศพของจ้าวคงเฉิงเขาเดินไปถึงข้างศพ แล้วค่อยๆ ทรุดตัวลง“ผมบอกคุณไปแล้วว่าการเป็นวีรบุรุษน่ะ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด” หลินชีเยี่ยมองร่างไร้วิญญาณของจ้าวคงเฉิงพลางพึมพำกับตัวเอง “คุณเสี่ยงชีวิตต่อสู้อยู่ที่นี่ แล้วจะมีสักกี่คนที่รู้เรื่องนี้กัน?”“คุณรู้ไหม? ตอนนี้ใจกลางเมืองที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยลี้ยังคงเต็มไปด้วยแสงสีเสียง”“พวกเขากำลังร้องคาราโอเกะในผับ พวกเขากำลังกินอาหารอร่อยๆ ในร้านหม้อไฟ พวกเขากำลังนอนกลิ้งบนเตียงในโรงแรม พวกเขากินป๊อปคอร์นในโรงหนัง…”“แต่คุณ แต่คุณ!”“กลับต้องมาตายอยู่ที่นี่อย่างเงียบงันไร้ซึ่งเสียง”“พวกเขาไม่มีทางรู้ว่าท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำนี้ มีชายคนหนึ่งถือดาบพิชิตสิ่งมีชีวิตในตำนานได้! และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ตัวเองสามารถเล่นสนุกได้อย่างไร้กังวล… ก็เพราะมีคนยอมสละชีวิตเพื่อพวกเขา”“ทำแบบนี้ มันคุ้มค่าจริงๆ เหรอ?”หลินชีเยี่ยจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของจ้าวคงเฉิง ราวกับกำลังรอคอยคำตอบจากเขาทว่าน่าเสียดาย เขาไม่มีวันได้ยินคำตอบนั้นอีกแล้วหลินชีเยี่ย