อน!!” จ้าวคงเฉิงลุกขึ้นขวางประตูไว้ แล้วจ้องดวงตาของหลินชีเยี่ย “นายถามคำถามเสร็จแล้วก็จะไปเลยเหรอ? แล้วฉันล่ะ?”“คุณ? คุณก็อยู่ที่นี่คนเดียวสิ” หลินชีเยี่ยตอบอย่างจริงจัง“ไม่ใช่ ฉันหมายความว่า……นายไม่คิดจะถามเกี่ยวกับตัวฉันบ้างเหรอว่าฉันเป็นใคร?” จ้าวคงเฉิงรู้สึกว่าการคุยกับเด็กหนุ่มคนนี้เหนื่อยจริงๆ“คุณเป็นใครมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับผมนี่” หลินชีเยี่ยยังคงพยายามเปิดประตูจ้าวคงเฉิงกดมือลงบนลูกบิด “ทำไมฉันถึงรู้อะไรมากขนาดนี้? องค์กรที่อยู่เบื้องหลังฉันเป็นแบบไหน? เรากำลังทำอะไรอยู่……นายไม่สงสัยบ้างเหรอ?”“ไม่สงสัย”“ทำไมล่ะ?”“ตามตรรกะในหนังและนิยาย ทันทีที่ผมรู้ถึงการคงอยู่ของพวกคุณแล้ว ผมก็เหลือทางเลือกแค่สองทาง” หลินชีเยี่ยชูสองนิ้วขึ้นมา “อย่างใดอย่างหนึ่งคือเข้าร่วมกับพวกคุณ หรือไม่ก็ทำให้ไม่มีทางเปิดเผยความลับได้อีกตลอดกาลเช่น ถูกฆ่า ถูกจับ หรือถูกล้างสมอง…”“……นายดูทีวีให้น้อยลงหน่อยเถอะ!” จ้าวคงเฉิงรู้สึกไร้คำพูด “แล้วอีกอย่าง นายยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเราเลยนายจะรู้ได้ยังไงว่าการเข้าร่วมกับเราไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี?”หลินชีเยี่ยเลิกคิ้วขึ้น “งั้นก็หมายความว่า ถึงแม้ผมจะรู้เรื่องของพวกคุณแล้ว และเลือกที่จะไม่เข้าร่วม ผมก็จะไม่ตกอยู่ในอันตรายใช่ไหม?”“แน่นอนว่าไม่! พวกเราเป็นทหาร อย่างมากก็แค่ให้นายเซ็นสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล สิ่งที่นายพูดมานั่นล้วนเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งนั้น!”“งั้นผมก็ยินดี