เมืองชางหนาน ตึกสูงแห่งหนึ่งเอี๊ยดประตูถูกผลักเปิดอย่างช้าๆ จ้าวคงเฉิงเดินเข้ามาอย่างเหนื่อยล้า ถอนหายใจเป็นระยะ“อาจ้าวเป็นอะไรไป?”คนทั้งห้าที่นั่งอยู่ในห้องเห็นจ้าวคงเฉิงในสภาพนี้ จึงถามด้วยความประหลาดใจ“หรือว่าเมื่อคืนได้รับบาดเจ็บ?”“ดูจากสีหน้าแล้ว น่าจะเป็นอกหักมากกว่า……”“โธ่เอ๊ย พี่จ้าว เมียขอหย่าเหรอ?”“อย่าพูดเหลวไหล”คนทั้งห้าต่างก็คาดเดากันไปต่างๆ นานา สักพักใหญ่ จ้าวคงเฉิงที่เงียบอยู่นานก็ถอนหายใจ“ฉัน… ไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ?”“……”คนทั้งห้าเบะปาก แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ต่างก็กลับไปทำธุระของตัวเองต่อ บางคนลับดาบ บางคนก็เช็ดปืน บางคนเล่นมือถือ บางคนก็นอนหลับ……“นี่ ฉันถามพวกนายจริงจังนะ” จ้าวคงเฉิงร้อนใจเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ หงอิงที่กำลังเช็ดปืนอยู่ก็ถอนหายใจ “พี่คงเฉิง โดนอะไรมากระตุ้นหรือเปล่า?”“ก็ประมาณนั้น” จ้าวคงเฉิงหยุดไปครู่หนึ่ง “เมื่อคืนฉันเจอเจ้าของผนึกต้องห้ามสีทองน่ะ”ยามได้ยินประโยคหลัง ทุกคนพลันเงยหน้า หยุดมือจากสิ่งที่ทำอยู่ ดวงตาเริ่มเป็นประกาย“เจ้าหมอนั่นที่น่าจะเป็นตัวแทนของทูตสวรรค์เซราฟน่ะเหรอ?”“อืม”“แข็งแกร่งมากไหม? เขาเป็นใคร?”“พวกนายคิดมากไปแล้ว” จ้าวคงเฉิงส่ายหน้า “ก็แค่นักเรียนมัธยมปลายธรรมดาคนหนึ่ง พลังระดับ ‘ไคลน์’ น่าจะเป็นพลังที่ทูตสวรรค์เซราฟทิ้งเอาไว้ในตัวเขา ตอนนี้เขายังเป็นแค่มือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้น ‘จั่น’ เท่านั้น”เมื่อได้ยินดังนั้น