เป็นสมุนไพรพิษอย่าง บุปผาเจ็ดสังหาร, หญ้าฝันร้าย, ผงซากศพ… สรุปง่ายๆ คือไม่ว่าจะเป็นพิษจากสัตว์หรือพืช อะไรที่ฆ่าคนได้พวกเขากวาดมาใช้หมด เริ่มจากปริมาณน้อยไปหามาก จากฤทธิ์อ่อนไปหาเข้ม ใช้พิษร้ายนานาชนิดกระตุ้นเซลล์ทุกอณูในร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า บีบคั้นให้ร่างกายวิวัฒนาการเพื่อเอาตัวรอด และเสริมสร้างเนื้อหนังมังสาให้แกร่งขึ้นทีละน้อย
แน่นอนว่ากระบวนการวิปริตนี้ต้องมีการป้องกันอย่างรัดกุม มีการคำนวณขีดจำกัดที่ร่างกายรับไหวอย่างแม่นยำ เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องมาตายน้ำตื้นเพราะพิษที่ใช้ฝึก เมื่อวิชาฝึกกายก้าวหน้าไปถึงจุดหนึ่ง ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาจนพิษพื้นฐานในโลกทั่วไปแทบจะไร้ผล หากต้องการพัฒนาต่อ ก็จำต้องดั้นด้นออกตามหาพิษร้ายหายากในดินแดนลึกลับ
ดังนั้น ชีวิตครึ่งแรกของจอมเวทกายาเหล็กจึงมักหมดไปกับการทดสอบขีดจำกัดความอดทนของตัวเอง และการตามล่าหาพิษชนิดใหม่ๆ มาป้อนร่างกาย ยังมีจอมเวทกายาเหล็กบางกลุ่มที่เลือกใช้วัตถุที่มีรังสีอำมหิตมาอาบย้อมร่างกาย หรือบางคนถึงขั้นพาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเลวร้ายสุดขั้ว เพื่อใช้พลังธรรมชาติอันเกรี้ยวกราดมากระตุ้นการพัฒนา
กล่าวโดยสรุปคือ มีวิธีการมากมายนับร้อยพัน แต่แก่นแท้ของจอมเวทกายาเหล็ก คือการยอมทนทุกข์ทรมานท่ามกลางความเจ็บปวดแสนสาหัส เพื่อแลกมาซึ่งร่างกายที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์
หากกริมเลือกเส้นทางนี้ เขาต้องหาตำราลับวิชาขัดเกลาร่างกายฉบับสม