เสียงดัง ปุ… ควันดำและแสงไฟวูบวาบกลืนกินร่างของกริมไปจนหมด
ครู่ต่อมา กริมก็วิ่งไอโขลกๆ ออกมาจากกลุ่มควัน
“บ้าเอ๊ย… บ้าเอ๊ย… อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จอยู่แล้วเชียว…”
ใบหน้าของเขาถูกควันรมจนดำปิ๊ดปี๋ เสื้อผ้ามีรอยไหม้เกรียมเป็นหย่อมๆ สภาพดูมอมแมมและทุลักทุเลอย่างยิ่ง แต่แม้จะอยู่ใจกลางการระเบิด ด้วยม่านพลังที่ช่วยกดทับความรุนแรงไว้ นอกจากมือทั้งสองและหน้าผากที่ถูกไฟลวกจนแสบๆ ร้อนๆ แล้ว เขาแทบไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงอะไรเลย
การร่ายเวทจริงครั้งแรก… ล้มเหลว!
สาเหตุหลักมาจากความอ่อนด้อยในการควบคุมอารมณ์ของตัวเขาเอง พอเห็นความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม จิตใจก็เตลิดด้วยความตื่นเต้นจนเสียสมาธิในช่วงโค้งสุดท้าย
กริมเรียกธาตุลมมาเป่าไล่ควันในห้อง จัดการเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ ทายาที่เตรียมมาลงบนรอยไหม้ จากนั้นจึงกลับไปยืนในวงแหวนอักขระอีกครั้ง กัดฟันแน่น กริมเริ่มร่ายเวทครั้งที่สองอย่างไม่ลังเล
คราวนี้… อาจจะเป็นเพราะสวรรค์เห็นใจในความพยายาม หรือถึงเวลาที่น้ำเต็มตลิ่ง การร่ายเวทดำเนินไปอย่างลื่นไหลและคล่องแคล่วเป็นพิเศษ หลังจากผ่านไปสิบสามวินาทีอันยาวนาน ในที่สุดกริมก็ร่ายศรเพลิงกัลป์ฉบับสมบูรณ์ได้สำเร็จ!
เมื่อลูกธนูเปลวเพลิงที่เกิดจากการอัดแน่นของธาตุไฟอันบ้าคลั่ง ก่อรูปร่างเสร็จสมบูรณ์บนฝ่ามือ เสียงสังเคราะห์ของชิปก็ดังขึ้นในสมองอีกครั้ง
[ติ๊ด… ตรวจพบโมเดลพลังจิตวิญญาณที่สมบูรณ์หนึ่งชุด ขอให้โฮสต์ยืนยั