งอยู่บนไหล่ของเธอ จากนั้นเลนส์กล้องก็เลื่อนลงต่ำ คราวนี้หลัวโหวร้องออกมาทันทีว่า “พระเจ้าช่วย”
เพราะเขาเห็นปลาทองสองตัวกำลัง “จูบ” กันอย่างแนบแน่น ตัวหนึ่งดูโตเต็มที่ ส่วนอีกตัวนั้นยังดูอ่อนเยาว์
หลัวโหวรีบปิดคอมพิวเตอร์แล้วพูดว่า “ไม่ดูแล้ว ฉันจะไม่ดูแล้ว ต่อไปนี้จะไม่ดูอีกแล้ว เว้นแต่ว่าจะได้เห็นราชินีทั้งสองด้วยตาตัวเอง”
หลังจากพูดจบ เขาก็ปิดคอมพิวเตอร์แล้วเรียกโจวรุ่ยเสวียและ เถียนจิ้งที่ไม่รู้ว่ากำลังยุ่งอะไรอยู่ให้มาที่ห้องนอน โจวรุ่ยเสวียมาถึงก่อน เมื่อเห็นหลัวโหวนอนอยู่ก็ถามว่า “นายกำลังทำอะไรอยู่”
หลัวโหวบอกให้เธอมานอนลงข้างๆ แล้วบอกว่าจะคุยกับเธอสักครู่ สักพัก เถียนจิ้งก็มาถึงหลัวโหวก็เรียกให้เธอมานอนลงข้างๆ เช่นกัน
จากนั้นหลัวโหวก็พลิกตัว กดทับโจวรุ่ยเสวียแล้วพูดว่า “ผมช่วยเสี่ยวเอ๋อร์ถอดเสื้อผ้า แล้วจิ้งจิ้งช่วยผมถอดบ้างสิ”
ไม่นานหลัวโหวและโจวรุ่ยเสวียก็เปลือยกาย หลัวโหวและโจวรุ่ยเสวียที่หัวเราะคิกคักก็ช่วยกันถอดเสื้อผ้าของเถียนจิ้ง
สุดท้ายหลัวโหวก็ขึ้นคร่อมเถียนจิ้ง ส่วนโจวรุ่ยเสวียก็ขึ้นทับบนหลังเขา กลายเป็นแซนวิชชัดๆ
หลังจากจูบกันไปพักหนึ่ง หลัวโหวก็สอดใส่เข้าไปในสวนแห่งความสุข พร้อมกับพูดเสียงแหบพร่าว่า “อาจารย์ สบายไหมครับ”
เถียนจิ้งคราง “อืม…คัน…”
“คันแค่ไหน” หลัวโหวถามอย่างสนุกสนาน
“ถ้าได้ทำแล้วจะหายคัน” เถียนจิ้งพูดด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน
ในขณะนั้น โจวรุ่ยเสวียก็