เพราะบ่อยครั้งยามที่ถูกสตรีใส่ร้ายป้ายสี มักจะมิค่อยมีใครแยแสฟังคำอธิบายของเจ้าเลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าเสียเปรียบมาตั้งแต่ต้นโดยธรรมชาติ!
หลิวเยียนผิงมองท่าทีระแวดระวังของเมิ่งฝานแล้วเอ่ยอย่างอ่อนใจ “วางใจเถอะ ข้ามิได้มาหาเรื่องเจ้า”
แม้จะได้รับการยืนยันเช่นนั้น ทว่าสำหรับเมิ่งฝานแล้ว… สตรีผู้นี้ก็ยังเป็นนิยามของคำว่า ‘ปัญหา’ อยู่ดี
“ดีแล้ว…” เมิ่งฝานยิ้มตอบอย่างแกน ๆ
ในใจเขาไม่มีความคิดจะเสวนากับหลิวเยียนผิงต่อแม้แต่น้อย ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมรามือ นางชิงเอ่ยขึ้นก่อนว่า “เมื่อวานนี้ หลังจากได้ฟังคำชี้แนะของเจ้าเรื่องกระบี่วารีคลั่ง พอกลับไปข้าก็บรรลุแจ้งในบางจุดขึ้นมาจริง ๆ”
“อ้อ… ยินดีด้วย” เมิ่งฝานตอบกลับอย่างขอไปที พลางภาวนาให้นางรีบไปเสียที
“ถึงข้าจะนึกไม่ออกว่าศิษย์รับใช้อย่างเจ้าไปแอบรู้จักกระบี่วารีคลั่งมาจากที่ใด แต่ต้องยอมรับว่าเจ้ามีความรู้ลึกซึ้งในวิชานี้มิเบา… สนใจจะลองประลองกับข้าสักตั้งไหมเล่า?”
เมิ่งฝานมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความฉงน
เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่านางจะมาหาเขาเพื่อ ‘ขอประลอง’