้ามาในห้องโดยมีควินน์เดินตามหลังมาพวกเขาก็รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย
ไม่มีอาจารย์อยู่ และโลแกนก็ดูไม่น่ากลัวอีกต่อไปเมื่อไม่ได้สวมชุดเกราะเมค
“ไม่เป็นไรทุกคน โลแกนรู้ทุกอย่างแล้ว” ควินน์พูด
“ทุกอย่างเลยเหรอครับ?” ปีเตอร์ถาม
พวกเขาคิดว่าควินน์อาจจะโกหก หรืออาจจะบอกความจริงแค่เรื่องปีเตอร์แต่ในความเป็นจริง โลแกนรู้มากกว่าทุกคนในห้องเพราะตอนนี้โลแกนรู้เรื่องระบบและเรื่องแวมไพร์ด้วย
จากนั้นโลแกนก็ชี้ไปที่ปีเตอร์ และขณะที่เขาพูดกับแต่ละคนเขาก็จะเลื่อนไปหาคนถัดไป
“ใช่ ฉันรู้ว่านายเป็นกูล” โลแกนพูดพร้อมชี้“นายเป็นแวมไพร์เหมือนควินน์ส่วนนาย ก็เป็นคนแปลกๆ ที่ดูเหมือนจะเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้มากกว่าที่ควรจะเป็นข้อสรุปของฉันคือนายมันบ้า”
ปีเตอร์มองไปทางวอร์เดนและเห็นคิ้วของเขากระตุกขึ้นลงถ้ามีคำหนึ่งที่วอร์เดนไม่ชอบ มันก็คือคำว่า ‘บ้า’
“เอาล่ะ ฉันขอเสนอให้พวกเราทุกคนขึ้นไปที่ห้องของฉันเพราะฉันมีวิธีแก้ปัญหาเรื่องการกินของนายตามฉันมา”
โลแกนออกจากห้องไปและควินน์ก็เดินตามหลังไปพร้อมส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ รู้ว่าไม่เป็นไรที่จะตามไป
“พวกนายไปก่อนได้เลย ไม่ต้องรอฉัน” เฟ็กซ์พูด“ฉันทำส่วนของฉันเสร็จแล้วดังนั้นจึงไม่มีบุญคุณอะไรระหว่างเราอีกแล้วฉันทำหน้าที่ของฉัน และพวกนายก็ทำหน้าที่ของพวกนาย”
ขณะที่คนอื่นๆ ออกจากห้องไป ในที่สุดเฟ็กซ์ก็สามารถนอนลงบนเตียงได้บาดแผลและความเหนื่อยล้าจากการใช้ทักษะควบคุมจิตใจหล